York & Notts มหาวิหารและตำนานป่าเชอร์วู้ด

This slideshow requires JavaScript.

หลังจากตะลอนเที่ยวดินแดนทางตอนเหนือของเกาะบริเตน เขาขับรถพาฉันผ่านป้ายหินแสดงเขตแดนระหว่างสก็อตแลนด์และอังกฤษมา 2-3 ชั่วโมง ก่อนเลี้ยวรถออกจากทางหลวง A1(M) บ่ายหน้าเข้าสู่เมือง “ยอร์ก” ในมณฑลยอร์กไชร์ เมืองที่เต็มไปด้วยร่องรอยอารยธรรมยุคกลางตั้งแต่เมื่อ 7-800 ปีที่แล้ว เมืองที่ว่ากันว่าเป็นเมืองหลวงทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ…เขาหันมาบอกฉันว่า “เราจะเริ่มต้นในอังกฤษกันที่นี่”

หลังจากหาที่จอดรถได้ เขาจูงมือฉันพาเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำอูซที่ไหลผ่านเมือง มองเห็นทิวทัศน์สวยงาม มีชาวเมืองกำลังซ้อมกรรเชียงเรือลำยาว มีทั้งแบบฝีพายคู่และสามสี่ฝีพาย เป็นที่น่ารื่นรมย์ พวกเราพากันเดินขึ้นกำแพงเมืองที่สร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งเมื่อทอดสายตาไล่ตามกำแพงจากจุดที่พวกเราเดินอยู่ไปเรื่อยๆ ฉันก็ได้เห็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองยอร์กแห่งนี้ตั้งเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล…

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ฉันได้แต่แหงนหน้ามองดูศาสนสถานขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยรายละเอียดของรูปสลักต่างๆ แทบทุกแง่มุมของผนังด้านนอก ก่อนเขาจะพาฉันเดินเขาสู่ความอัศจรรย์ยิ่งกว่าที่อยู่ในตัวโบสถ์ด้านในของ ยอร์กมินสเตอร์ (York Minister) มหาวิหารโกธิคที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษและยุโรปตอนเหนือ ที่ใช้เวลาสร้างยาวนานกว่า 250 ปี (ค.ศ. 1220-1427) ส่วนที่สูงที่สุดคือส่วนกลางสูงถึง 60 เมตร และมีความยาวโดยรวมถึง 158 เมตร… เขาเดินไปเข้าแถวจ่ายค่าเข้าชมด้านใน (4.50 ปอนด์/คน) ในขณะที่ฉันยังแหงนคอตั้งบ่ากับภาพที่เห็นเบื้องหน้าจนเขาเดินมาสะกิด ก่อนยื่นแผ่นพับที่ได้มาให้ แล้วจูงมือฉันเข้าชมด้านใน เขากระซิบบอกอีกว่าวิหารนี้เป็นมีที่ประทับของอาร์คบิชอปแห่งยอร์ก ซึ่งเปรียบเหมือนตำแหน่งสังฆราชของอังกฤษ จะเป็นรองก็แต่อาร์คบิชอปแห่งแคนเทอเบอรี่ที่เป็นใหญ่ทั่วทั้งอังกฤษเท่านั้น

ยังไม่ทันไร เขาก็มาลากฉันพาไปดูกระจกสี (สเตนกลาส) ที่สมบูรณ์และเก่าแก่ที่สุดของที่นี่ ที่เรียกว่า Five Sisters Window ทางด้านทิศเหนือ มีความสูงถึง 15 เมตร อายุเกือบ 800 ปี ก่อนจะวนดูความยิ่งใหญ่ทางด้านทิศอื่นๆเช่น Great East Window (ค.ศ. 1405-1408) ที่มีแผ่นกระจกสียุคกลางขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ ซึ่งแสดงถึงฉากการถือกำเนิดและการสิ้นสุดของโลก มีภาพของอาดัมและอีฟอยู่ด้วย กระจกด้านนี้และด้านอื่นๆส่วนใหญ่บางส่วนได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ เพราะวิหารแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้ถึง 3 ครั้ง ในปี ค.ศ. 1829, 1840 และ 1984 ซึ่งในครั้งหลังสุดนั้น ปีกทางด้านใต้ถึงกับถล่มลงมาทั้งแทบ ฉันได้เห็นภาพและคำบรรยายในหนังสือที่วางขายอยู่แล้วถึงกับน้ำตาซึมตามไปด้วย เมื่อนึกถึงศาสนสถานที่ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งประเทศถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาแบบนั้น อย่างไรก็ตาม ปีกด้านนี้ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ได้อย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงของดั้งเดิมเลยทีเดียว

โดยส่วนตัว นอกจากกระจกสีแล้วฉันชอบที่จะพิจารณาดูภาพสลักตามผนังทั่วทุกสารทิศเต็มไปด้วยรายละเอียดต่างๆ ตัวออร์แกนกลางโบสถ์ขนาดมหึมา รวมถึงแท่นสำหรับร้องเพลงทำด้วยไม้ขนาดใหญ่ด้วย เราเดินเข้าไปชมตรงส่วนที่เป็นอาคารแปดเหลี่ยมที่มีรูปปั้นทำหน้าตาแปลกๆยื่นออกมาตามผนัง ส่วนโบราณวัตถุต่างๆอันมีค่านั้นถูกจัดเรียงไว้ในส่วน Undercroft ที่ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อเข้าชม

ก่อนออกจากวิหารเขามากระซิบบอกกับฉันเพิ่มเติมอีกว่า ที่นี่เคยเป็นที่จัดพิธีแต่งงานของคนในราชวงศ์ถึงสามคู่ คือเจ้าหญิงมากาเร็ต ธิดาของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 3 กับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 แห่งสก็อตแลนด์ ตามมาด้วยพระเจ้าเอ็ดวาร์ดที่ 3 กับเจ้าหญิงฟิลิปปาแห่งไฮเนาท์ และล่าสุดในปี ค.ศ. 1961 นี่เองที่ดรุ๊กแห่งเค้นท์แต่งงานกับเจ้าสาวแคทเทอรีน วอล์สลีย์ งานนี้สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบ็ทที่ 2 ก็ทรงเข้าร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ทำให้ฉันรู้สึกถึงความโรแมนติคเล็กๆภายใต้ศาสนสถานที่ดูขรึมขลังยิ่งใหญ่เช่นนี้

พอเดินออกจากวิหาร ก็พอดีเหลือบไปเห็นขบวนรถขนส่งนักท่องเที่ยวของพิพิธภัณฑ์ที่ทำเป็นขบวนรถไฟเข้ามาจอดพอดี เขาจ่ายสตางค์เล็กน้อยพาฉันกระโดดขึ้นรถไฟจำลองขบวนน้อยนี้ พาชมเมืองเล็กน้อยก่อนหักเลี้ยวไปส่งที่พิพิธภัณฑ์รถไฟแห่งชาติ National Railway Museum ซึ่งอยู่ข้างๆสถานีรถไฟของเมือง ความจริงแล้วที่เมืองยอร์กแห่งนี้มีพิพิธภัณฑ์ดีๆอยู่หลายที่ แต่เนื่องจากเวลาจำกัดพวกเราเลยเลือกที่จะเข้าชมที่นี่ ก็ประเทศอังกฤษน่ะถือเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีด้านรถไฟมาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกที่มีรถไฟเลยนี่นา แถมพิพิธภัณฑ์ของรัฐทั่วประเทศนั้นไม่ต้องเสียค่าเข้าชมอีกต่างหาก เพียงแค่หยอดเงินบริจาคตามศรัทธาเท่านั้น นอกจากนี้ทางพิพิธภัณฑ์อาจใช้วิธีหาเงินทางอื่นเช่นค่าที่จอดรถ หรือค่าขบวนรถไฟที่มารับอย่างที่พวกเราขึ้นมาเป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากตอนแรกที่ว่ามีเวลาจำกัดขอเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สักชั่วโมงกลับกลายเป็นว่าพิพิธภัณฑ์รถไฟแห่งนี้ใหญ่โตมาก จนพวกเราใช้เวลาถึงสองชั่วโมงแล้วก็ยังดูไม่ทั่ว เขาบอกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งทีเดียว แถมที่นี่ยังได้รับรางวัลพิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมอีกหลายรางวัล คุณภาพของการจัดแสดงจึงไม่ต้องพูดถึง ฉันมีโอกาสได้ชมตั้งแต่ประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีการสร้างรถไฟยุคแรกๆ ขบวนรถไฟยุคต่างๆและการตกแต่งภายใน รวมไปถึงตู้รถไฟที่ควีนวิคตอเรียเคยใช้เสด็จ ไปจนถึงสภาพสถานีรถไฟสมัยโบราณและเทคโนโลยีล่าสุด

ตอนแรกฉันก็พอตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ได้เห็นเป็นปกติอยู่หรอก แต่เขาน่ะสิ พอเข้ามาในห้องที่จัดแสดงขบวนรถไฟเท่านั้น ถึงกับตาโต ลากฉันดูโน่นชมนี่ อธิบายความสำคัญของรถไฟต่างๆ ตามประวัติที่เคยได้รู้มาว่ามันมหัศจรรย์ขนาดไหน เลยทำเอาฉันที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถไฟนัก พลอยตื่นเต้นตามไปด้วย ตั้งแต่ Rocket หัวจักรไอน้ำยุคแรกๆ ถึงรถไฟที่ทำลายสถิติความเร็วสูงสุดของยุคหัวจักรไอน้ำที่เรียกว่า Mallard 203 กม./ชม. (เร็วกว่ารถไฟปัจจุบันของบ้านเราเสียอีก)ไปจนถึงรถไฟหัวกระสุนอย่าง Shinkansen ของญี่ปุ่น และอื่นๆอีกมากมาย ห้องที่จัดแสดงเขาว่าเดิมเป็นส่วนหนึ่งของสถานีรถไฟจริงๆ มีรางที่ใช้หมุนสับเปลี่ยนรถแสดงให้ดูด้วย ใหญ่โตมโหฬารดีแท้ๆ

หลังจากเริ่มต้นกันที่เมืองที่มีประวัติยาวนานอย่างยอร์กแล้ว วันต่อมาเขาขับรถพาฉันไปสู่ดินแดนแห่งตำนานในยุคกลางของอังกฤษ ดินแดนของโรบินฮู้ดอย่างป่าเชอร์วู้ดที่น็อทธิงแฮม ตำนานพื้นบ้านของโจรคุณธรรมที่ปล้นคนรวยไปช่วยเหลือคนจนอย่างโรบินฮู้ดที่โด่งดังไปทั่วโลกนี้ มาจากลำนำบทเพลงที่เล่าสืบต่อกันมาปากต่อปากมาเป็นเวลาร้อยๆปี ก่อนที่จะมีผู้กล่าวถึงเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 จากนั้นจึงมีการเขียนกันเป็นเรื่องเป็นราวออกมามากมายจนเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามยังไม่มีใครพิสูจน์ได้เป็นที่แน่นอนว่าคุณโรบินฮู้ดคนนี้จะเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ในประวัติศาสตร์

ทันทีที่ฉันได้สัมผัสป่าเชอร์วู้ด (Sherwood Forest) ที่ว่ากันว่าคุณโรบินฮู้ดเคยใช้เป็นที่หลบอาศัยอยู่นั้น ฉันรู้สึกได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของป่า และไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่ป่าแห่งนี้จะสร้างตำนานขึ้นมาได้ อาจเป็นเพราะว่าต้นไม้ที่ขึ้นในป่าแห่งนี้ โดยเฉพาะต้นโอ้คนั้นเป็นต้นไม้ดึกดำบรรพ์ที่มีอายุเป็นร้อยๆปีแล้วทั้งนั้น ถือเป็นป่าโบราณของแท้ที่หาได้ยากบนเกาะอังกฤษ เพราะพื้นที่ป่าส่วนใหญ่ของประเทศบนเกาะแห่งนี้เป็นป่าที่ปลูกใหม่ หลังจากที่พวกเขาพากันตัดไม้ทำลายป่ากันไปเรียบร้อยแล้วแทบทั้งสิ้น เขาพาฉันเดินไปตามเส้นทางเดินที่จัดทำไว้อย่างดี ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของไม้ไม่ผลัดใบอย่างต้นโอ้ค ฉันสอดส่ายสายตาที่อาจมีร่องรอยของโรบินฮู้ดหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ต้นโอ้คเก่าแก่บางต้นอายุกว่าห้าศตวรรษที่ฉันได้เห็นนั้น พาเอาฉันนึกไปถึงตำนานอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมากระทันหัน ต้นไม้เหล่านี้ต้องเป็นที่มาของ “เอ้นท์” แน่ๆ เอ้นท์ในป่าดึกดำบรรพ์ในนิยายเรื่องลอร์ดออฟเดอะริง ที่ช่วยเหลือฮอบบิทที่หลงเข้าไปในป่า และมาช่วยทำลายซารุมานนั่นแหละ ดูดีๆต้นโอ้คแต่ละต้นท่าทางเหมือนเป็นใบหน้าคนทั้งนั้น ฉันรู้สึกไปเองในทันทีว่าต้นไม้เหล่านี้อาจจะเคลื่อนไหวได้เหมือนในนิยายก็ได้ ฉันขยับเดินใกล้ๆเขาขึ้นอีกนิด เพื่อสร้างความมั่นคงให้จิตใจของตัวเองขึ้นมาอีกหน่อย

ไม่นาน เขาก็พาฉันเดินมาถึงต้นโอ้คโบราณต้นหนึ่งที่ทางเจ้าหน้าที่ทำรั้วล้อมรอบเอาไว้ ตัวต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาขนาดใหญ่ออกไปโดยรอบมีเสาช่วยค้ำยันพยุงตัวอยู่หลายเสา นี่คือคุณเมเจอร์โอ้ค (Major Oak) ปู่ทวดโอ้คที่มีอายุยืนยาวกว่าแปดร้อยปี ต้นไม้ที่ว่ากันว่าเป็นต้นโอ้คที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปต้นหนึ่ง และเป็นที่หลบซ่อนตัวของโรบินฮู้ดและเหล่าสมัครพรรคพวกผู้ร่าเริง อันลือชื่อ ต้นโอ้คเก่าแก่ใหญ่โตท่าทางเป็นที่น่าเกรงขามสมคำล่ำลือ เขาแอบแซวว่านี่ถ้าอยู่เมืองไทยคงได้มีผ้าพันพวงมาลัยตรึมพร้อมรอยขูดขอหวยเต็มไปหมดแน่ๆ ฉันเลยตอบกลับไปว่า ไม่มีทางหรอก เพราะถ้าอยู่เมืองไทยป่านนี้ถูกตัด หักตายไปนานแล้วต่างหาก

นอกจากต้นโอ้คเก่าแก่แล้ว ก็มีต้นโอ้ครุ่นใหม่ๆรวมทั้งต้นซิลเวอร์เบิร์ช และไม้พุ่มขนาดย่อมชนิดต่างๆที่เป็นไม้หลักของป่าแห่งนี้ เขาเดินนำฉันพาชมป่าต่อไป พรางชี้ให้ดูเห็ดชนิดต่างๆที่ขึ้นอยู่ตามพื้น รวมถึงแมลงและแมงมุมหลากหลายชนิดที่อาศัยอยู่ตามโพรงไม้เก่าๆของต้นโอ้คและต้นไม้ชนิดอื่น บางครั้งก็มีเสียงนกชนิดต่างๆร้องเพลงให้ได้ยิน แต่ที่ฉันว่ามีเยอะมากจริงๆคงเป็นเห็ดนี่แหละ มีทั้งที่คุ้นตาและรูปร่างแปลกๆไม่น่าเชื่อเต็มไปหมด เขาว่าเฉพาะเห็ดนี่มีมากกว่า 200 ชนิดแน่ะ แล้วจู่ๆเขาก็เดินแยกตัวนำเข้าไปในพุ่มหญ้าข้างทางเหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง พอฉันถาม เขาบอกว่าหา Fly Agaric ฉันทำหน้างง ว่าจะอ้าปากถามต่อ แต่เขากลับเรียกให้เดินตามเข้าไปดูก่อน สิ่งที่ฉันเห็นคือเห็ดสีแดงแป๊ดมีอะไรคล้ายๆตุ่มสีขาวๆอยู่บนยอดดอกสีแดงกระจายอยู่เต็ม เขาบอกว่านี่ไงบ้านของเทพธิดานางฟ้า (Fairies) ฉันจึงนึกถึงหนังสือนิทานตำนานของฝรั่งที่มีเทพตัวน้อยๆนั่งเล่นอยู่บนดอกเห็ดสีแดงชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนเห็ดที่ฉันเห็น เขาบอกอีกว่านี่แหละ เห็ด Fly Agaric เห็ดวิเศษในตำนานของเทพธิดา ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเห็ดเมาชนิดหนึ่งที่อาจเป็นพิษทำให้ถึงตายได้เชียวแหละ แต่เห็ดชนิดนี้ก็เป็นเห็ดวิเศษที่นิยมใช้ในพิธีกรรมของคนในสมัยก่อนในหลายๆชาติ อาจเป็นเพราะมันมีฤทธิ์คล้ายๆกินยาพวก LSD นั่นเอง ตำนานซานตาครอสจากเมืองแลปแลนด์ (Lapland) ก็ว่ากันว่ามาจากชาวเมืองกินเจ้าเห็ดวิเศษนี่เข้าไป ถึงได้ฝันเฟื่องว่าตนเองและกวางเรนเดียร์เหาะเหินเดินอากาศได้แล้วเอาของขวัญไปแจกเด็กๆ ได้ เขาบอกอีกว่าชุดซานต้าถึงได้มีสีแดงตามสีของเจ้าเห็ดนี้นี่เอง ฉันเริ่มถึงบางอ้อ และคิดต่อไปว่ามิน่า เทพธิดาน้อยๆในตำนานฝรั่งถึงได้ดูท่าทางร่าเริงได้ตลอดเวลาแบบนั้นด้วย

ตำนานโรบินฮู้ดไม่เพียงอยู่ในป่าเชอร์วู้ดเท่านั้น แต่ถือเป็นจุดขายของเมือง Nottingham ทั้งเมืองเลยทีเดียว เพราะพอเขาพาฉันเข้าเมือง ฉันก็เห็นรูปปั้น หรือไม่ก็ป้ายต่างๆที่เป็นรูปโรบินฮู้ดเต็มไปหมด ในเมืองยังมีสถานที่เที่ยวน่าสนใจอีกหลายแห่งเช่นปราสาท, พิพิธภัณฑ์ต่างๆ, ถ้ำอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่ทางเข้าอยู่ใต้ห้างสรรพสินค้ากลางเมือง, The Tales of Robin Hood กึ่งพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งกึ่งสวนสนุกขนาดเล็กบอกกล่าวเรื่องราวของโรบินฮู้ด นอกจากนี้เมืองแห่งนี้ยังมีชื่อเรื่องผับที่มีอยู่เยอะแยะมากมาย ซึ่งการเดินทางของฉันในวันนี้ก็จบลงที่ Ye Olde Trip to Jerusalem ที่ว่ากันว่าเป็นผับที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ เขาเขียนไว้ว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1186 ตัวผับติดอยู่กับใต้ฐานกำแพงปราสาทมีลักษณะคล้ายอุโมงค์ แปลกไม่เหมือนใคร ข้างในเป็นทางแคบๆซอกซอนไปมา มีทางขึ้นไปอีกสองสามชั้น แต่คราวนี้ฉันเป็นคนลากเขา (ซึ่งเต็มใจอย่างยิ่ง) เข้าไปหาที่ว่างเอง และก็เผอิญเป็นอย่างยิ่งที่ว่าซอกหลืบที่ฉันหาที่ได้นั้น เขาบอกว่าเป็นช่องที่เพิ่งค้นพบไม่นานมานี้เอง มาเคาะเจอเอาตอนที่ซ่อมแซมร้านครั้งก่อน เขาบอกสมัยเขาเรียนอยู่ที่นี่ยังไม่มีเลย (ฉันยังไม่ได้แนะนำคุณใช่ไหมว่า “เขา” คนข้างตัวฉันน่ะ เขาเรียนที่เมืองนี้และเคยทำงานที่ป่าเชอร์วู้ดมาก่อน…)

ป.ล. เรื่องนี้เขียนไว้นานมาก น่าจะเกินห้าปีแล้ว รู้สึกว่าจะเขียนให้นิตยสารใจช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ เลยต้องใส่อารมณ์ให้หวานแว๋วเข้าไปหน่อย…”เขา” คนข้างตัวที่กล่าวถึงในเรื่อง ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นคนข้างตัวอีกต่อไปแล้ว…สมัยนั้นยังถ่ายรูปเป็นสไลด์อยู่เลย รูปที่เอามาลงเป็นรูปจากกล้องดิจิตอลคอมแพ็ครุ่นแรกๆที่เอาติดตัวไปด้วย…เลยมีให้เลือกได้ไม่มาก…

One thought on “York & Notts มหาวิหารและตำนานป่าเชอร์วู้ด

  1. เห็นเรื่องแล้วอยากอ่านไปหมด แล้วจะค่อยๆเริ่มอ่านและซึมซับเรื่องสนุกๆและสถานที่น่าตื่นเต้นนะจ๊ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s