A Day on the Spice Island of Ternate

TN26
ทะเลสาบ Laguna แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองและจุดชมวิวที่สวยงาม

เกาะ Ternate (เทอร์นาเต้) เป็นเกาะภูเขาไฟกลางทะเล Molucca (โมลุกกะ) หรือ  Maluku (มาลูกู) ตามภาษาท้องถิ่นอินโดนีเซีย ตัวเกาะมีขนาดเล็กเพียงประมาณ 111 ตร.กม. ขนาดที่ว่าขับรถวนรอบได้ภายในไม่เกิน 2-3 ชั่วโมงถ้าไม่แวะเที่ยวที่ไหนเลย กลางเกาะเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟ Gamalama (กามาลามา) สูง 1,721 เมตรที่ยังคงครุกรุ่นระเบิดกันเป็นระยะๆมาตั้งแต่อดีต จนถึงล่าสุดเมื่อปี ค.ศ. 2014 แต่ถึงกระนั้นเกาะ Ternate ก็ยังเป็นที่ตั้งถิ่นฐานที่สำคัญในหมู่เกาะ Maluku เหนือมาตั้งแต่อดีต ผ่านร้อนผ่านหนาวทั้งสงครามธรรมชาติอย่างภูเขาไฟระเบิด และสงครามมนุษย์หลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากเกาะเล็กๆแห่งนี้เป็นแหล่งเพาะปลูกเครื่องเทศที่สำคัญที่สุดของโลกในอดีตอันได้แก่กานพลู (clove) และจันทน์เทศ (Nutmeg) นั่นเอง สงครามที่เกิดขึ้นที่นี่ส่วนใหญ่ในอดีตก็มีสาเหตุมาจากการแย่งชิงเครื่องเทศเหล่านี้ และเป็นสาเหตุหลักในการชักนำศาสนาต่างๆเข้ามาในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นศาสนาอิสลามหรือศาสนาคริสต์ รวมถึงผู้คนจากดินแดนต่างๆไม่ว่าจะเป็นจีน แขก โปรตุเกส สเปนหรือชาวดัทซ์ ซึ่งนำความเจริญและการพัฒนามาให้กับเกาะจนเห็นความแตกต่างได้ชัดเมื่อเทียบกับเกาะต่างๆในทะเลโดยรอบ ในปัจจุบันเกาะ Ternate จึงเป็นเหมือนทางผ่านที่สำคัญของผู้ที่จะเดินทางไปมาในดินแดนแถบนี้ เนื่องจากที่นี่เป็นที่ตั้งของสนามบินหลักของหมู่เกาะมาลูกูเหนือ เรามาทำความรู้จักกับเกาะเล็กๆที่เป็นเจ้าแห่งเครื่องเทศในอดีตแห่งนี้กัน

เมืองTernate เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของตัวเกาะ มีสนามบิน และท่าเรือต่อไปยังเกาะต่างๆโดยรอบ และเป็นที่ตั้งของชุมชนที่ใหญ่ที่สุดของเกาะ ภายในเมืองมีสถานที่สำคัญหลายๆแห่งที่ช่วยบอกเล่าประวัติศาสตร์ของหมู่เกาะเครื่องเทศนี้ได้เป็นอย่างดี เริ่มจากวังสุลต่าน Keraton (Istana Kesultan) ซึ่งมีตัวอาคารในรูปแบบสถาปัตยกรรมกึ่งโคโลเนียลที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1796 และยังคงเป็นที่อาศัยของครอบครัวสุลต่านในปัจจุบัน ตัวอาคารส่วนหนึ่งได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้คนนอกเข้าชมได้ โดยจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ โต๊ะอาหาร ของขวัญ ของกำนัลและของสะสมจากนานาชาติ รวมไปถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในอดีต พูดถึงสุลต่านแล้วตระกูลสุลต่านแห่งTernateถือเป็นหนึ่งในตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดในหมู่สุลต่านหลายๆตระกูลของอินโดนีเซีย มีประวัติย้อนหลังไปถึงสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 สุลต่านแห่งTernateมีอำนาจและความยิ่งใหญ่ในอดีตคู่กับสุลต่านแห่ง Tidore (ทิดอเร่) ซึ่งก็คือเกาะที่อยู่ติดกัน เนื่องจากในอดีตทั้งสองเกาะนี้เป็นแหล่งผลิตเครื่องเทศอย่างกานพลูที่มีอยู่แห่งเดียวในโลก สุลต่านมีอำนาจและความมั่งคั่งจากการค้าขายเครื่องเทศทั้งกับจีนและอาหรับ รวมถึงที่ต่างๆทั่วโลก แม้ว่าจะมีเพลี่ยงพล้ำให้กับประเทศอาณานิคมไปบ้าง แต่ก็สามารถกลับมาเกรียงไกรได้อีกและแพร่ขยายอำนาจข้ามไปจนถึงหมู่เกาะปาปัวนิวกินีเลยด้วยซ้ำ สุลต่านองค์ล่าสุดเพิ่งสิ้นพระชนม์ไปเมื่อปี ค.ศ. 2015 และในปัจจุบันก็ยังไม่มีการแต่งตั้งสุลต่านองค์ใหม่อย่างเป็นทางการ การเข้าชมวังต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยสักเล็กน้อย หากสวมกางเกงต้องเป็นกางเกงที่ยาวเลยหัวเข่าลงมาถึงจะเข้าชมภายในได้ ซึ่งนอกจากสมบัติต่างๆที่จัดแสดงให้ชมแล้ว ยังมีรูปเก่าๆและรายชื่อของสุลต่านตั้งแต่องค์แรกจนถึงองค์ล่าสุด รวมถึงรูปของ Mahkota มงกุฎวิเศษอันลือชื่อของสุลต่าน ที่ใช้ในพิธีราชาภิเษก ที่เชื่อกันว่าขนของนก Cassowary ที่ประดับอยู่บนมงกุฎพร้อมเพชรนิลจินดาต่างๆนั้น สามารถที่จะยาวขึ้นได้จนต้องมีพิธีตัดขนเป็นระยะๆ รวมถึงยังมีพลังพิเศษในการหยุดยั้งการระเบิดของภูเขาไฟได้อีกด้วย

ป้อมปราการดัทช์ Fort Oranje (ฟอร์ทออรังเย) เป็นป้อมปราการที่บ่งบอกให้รู้ถึงประวัติศาสตร์ในส่วนที่ชาวดัทช์เข้ามาที่เกาะ โดยจะเห็นเป็นกำแพงล้อมรอบตั้งอยู่กลางเมืองและมีคูน้ำล้อมรอบ บนกำแพงมีปืนใหญ่ตั้งแต่สมัยอาณานิคมติดอยู่ ตัวป้อมและอาคารสร้างมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 17 ในช่วงที่ชาวดัทช์เข้ามาปกครองเป็นอาณานิคม และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานของ Dutch United East India Company หรือ VOC บริษัทค้าเครื่องเทศของชาวดัทช์ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อตลาดเครื่องเทศของโลกในเวลานั้น ก่อนที่จะย้ายสำนักงานไปที่ยังกรุงปัตตาเวีย (จาการ์ต้า)ในเวลาต่อมา อาคารภายในยังเคยเป็นที่พักอาศัยของผู้ปกครองชาวดัทช์ที่มาอยู่ที่Ternate แม้ในปัจจุบันจะเปิดให้เข้าชมได้แต่ก็ดูค่อนข้างทรุดโทรม และอาคารถูกทิ้งให้ว่างเปล่าไม่ได้ใช้งาน แม้ว่าจะมีบางอาคารเขียนว่าทำเป็นพิพิธภัณฑ์แต่ก็ไม่ได้เปิดให้เข้าไปแต่อย่างใด

เมื่อดูป้อมดัทช์แล้วก็ต้องไปดูป้อมโปรตุเกสกันบ้าง เพราะชาวโปรตุเกสเป็นชาวยุโรปชาติแรกๆที่เข้ามามีบทบาทบนเกาะแห่งนี้ ป้อมปราการที่สร้างโดยชาวโปรตุเกสบนตัวเกาะมีอยู่หลายแห่ง ที่สำคัญๆก็อย่างเช่น Fort Tolukko ซึ่งเป็นป้อมที่สร้างสมัยที่โปรตุเกสเข้ามาในช่วงศตวรรษที่ 16 (ได้รับการบูรณะโดยชาวดัทช์ทีหลัง) สร้างจากหินสูงขึ้นไปบนแหลม มองออกไปเห็นวิวทะเลและเกาะฝั่งตรงข้ามได้ ว่ากันว่าป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยฝ่ายโปรตุเกสที่ร่วมมือกับสุลต่านแห่งTernate เพื่อทำสงครามเครื่องเทศกับฝ่ายสเปนที่ร่วมมือกับสุลต่านแห่ง Tidore และต่อมาก็ถูกใช้ในอีกหลายๆงานในยามที่ดัทช์เข้ามามีอำนาจแทนโปรตุเกสหลังจากนั้น ปัจจุบันจัดทำเป็นเสมือนสวนสาธารณะเล็กๆที่จะได้เห็นร่องรอยของประวัติศาสตร์และเป็นจุดชมวิวที่ดีของเมืองTernate อีกป้อมหนึ่งที่น่าสนใจคือ Fort Kastera ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ ป้อมแห่งนี้ถือเป็นป้อมแห่งแรกที่ชาวยุโรปมาสร้างไว้บนเกาะในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 เหตุผลหลักก็คือการควบคุมเส้นทางลำเลียงกานพลูนั่นเอง ในปัจจุบันป้อมแห่งนี้เหลือให้เห็นเพียงซากปรักหักพัง และในบริเวณเดียวกันมีอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเป็นรูปกานพลูตั้งอยู่ โดยที่ฐานมีสลักเหตุการณ์ต่างๆที่สำคัญๆในประวัติศาสตร์เอาไว้

เมื่อมาถึงเกาะแห่งเครื่องเทศทั้งที จะไม่ไปดูเครื่องเทศเลยก็กระไรอยู่ บนเกาะแห่งนี้มีต้นไม้สำคัญที่ถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์แห่งเครื่องเทศของโลกเลยก็เป็นได้ คือต้นกานพลูที่มีชื่อเรียกว่า Afo (อะโฟ) คุณทวดอะโฟมีอายุยาวนานถึง 3-400 ปี และเชื่อกันว่าเป็นต้นกานพลูที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าในอดีตนั้น กานพลูพบได้เฉพาะบนเกาะTernate และTidore เท่านั้น สองเกาะนี้จึงเป็นแหล่งผลิตกานพลูที่สำคัญเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างๆทั่วโลก จนเมื่อบริษัท VOC ของชาวดัทช์เข้ามาครอบครองตลาด บริษัทแห่งนี้ได้ถือสิทธิผูกขาดในการค้ากานพลู โดยมีนโยบายสั่งตัดและเผาต้นกานพลูทั้งหมดที่อยู่บนเกาะ ในส่วนที่ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของตน รวมถึงการลงโทษแขวนคอผู้ที่มีกานพลูอยู่ในครอบครองตั้งแต่ปี ค.ศ. 1652 ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะจำกัดปริมาณการผลิตให้อยู่เพียงแค่ 800-1,000 ตัน (ผลผลิตส่วนเกินโยนทิ้งลงทะเล) เพื่อควบคุมราคาในท้องตลาด แต่มีกานพลูต้นหนึ่งที่ได้รอดหูรอดตา VOC ไปเจริญเติบโตอยู่ในป่าลึกบนเนินเขาสูงชันของภูเขาไฟ Gamalama จนมีมิชชั่นนารีชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งมาพบเข้าในปี ค.ศ. 1770 และได้ลักลอบเอาเมล็ดพันธุ์ของคุณอะโฟนี้ไปปลูกยังที่เกาะอื่นๆ รวมถึงหมู่เกาะ Seychelles (ชีเชลส์)และ Zanzibar (แซนซีบาร์) (ซึ่งกลายเป็นแหล่งผลิตกานพลูที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน) ทำให้การผูกขาดตลาดการค้ากานพลูของ VOC ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เรียกได้ว่าคุณทวดอะโฟต้นนี้เป็นบรรพบุรุษของกานพลูทั่วโลกและเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การค้าเครื่องเทศของโลกไปเลยก็ว่าได้ การเข้าไปพบคุณทวดจะต้องนั่งรถขึ้นเขาไปสักระยะและเดินขึ้นเขาผ่านสวนกานพลูและจันทน์เทศไปอีกประมาณ 15-20 นาที ข้อมูลบางส่วนกล่าวว่าคุณทวดอะโฟได้เสียชีวิตลงแล้ว มีแต่ตอไม้เหลืออยู่เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าปาฏิหาริย์จะมีจริง คุณทวดอะโฟดูเหมือนจะผลิใบออกมาอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ อย่างไรก็ดียังมีทายาทคุณอะโฟรุ่น 2 รุ่น 3 ที่อายุเก่าแก่เกินกว่าสองร้อยปีให้ได้ชื่นชมสำหรับผู้ที่เดินขึ้นเขาไม่ไหว

นอกจากประวัติศาสตร์อันน่าสนใจแล้ว เกาะ Ternate ยังมีธรรมชาติงามๆให้ได้ชื่นชม นอกเหนือจากชายหาดที่มีอยู่รอบเกาะ ตัวอย่างเช่นทะเลสาบ Tolire (ตอลิเร) ทะเลสาบน้ำจืดในปล่องภูเขาไฟ มีน้ำสีเขียวฟ้าสวยงามทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ ที่มีเสียงเล่าลือว่ามีจระเข้อาศัยอยู่ ไม่มีชาวบ้านลงไปใช้ประโยชน์จากการตกปลาจับสัตว์น้ำในทะเลสาบ เนื่องจากมีขอบที่สูงชันขึ้นมาหลายสิบเมตร ตรงจุดชมวิวทะเลสาบจะมีเด็กๆมาเดินขายหินให้นักท่องเที่ยว เพื่อที่จะให้ขว้างจากหน้าผาลงไปให้ถึงทะเลสาบ (ถ้าขว้างถึงก็โชคดี) แต่ดูเหมือนว่าคงไม่มีใครจะขว้างลงไปถึง ต่างกับอีกหนึ่งทะเลสาบที่ใช้เป็นที่สันทนาการต่างๆไม่ว่าจะพายเรือ ตกปลา ว่ายน้ำ ฯลฯ นั่นก็คือทะเลสาบ Laguna (ลากูน่า) ซึ่งอยู่ใกล้กับตัวเมืองTernate และหากขึ้นไปมองจากบนเขาจะเห็นวิวที่สวยงามของทะเลสาบ รวมถึงท้องทะเลและหมู่เกาะที่อยู่ทางด้านหลัง

สำหรับผู้ที่ไม่เคยเห็นลาวาภูเขาไฟก็สามารถแวะดูหินลาวาตะปุ่มตะป่ำสีดำที่ Batu Angus ทัศนียภาพอันแปลกตานี้เกิดจากการแข็งตัวของลาวาที่ไหลออกมาจากปล่องภูเขาไฟเมื่อเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1673 หินลาวาที่กินอาณาบริเวณกว้างขวางเหมือนลำธารขนาดยักษ์ไหลลงมาจากภูเขาไฟ Gamalama นี้ สามารถมองเห็นได้จากริมถนนที่สร้างเลาะรอบเกาะ เนื่องจากลาวาไหลลงไปในทะเล แต่หากอยากเดินเข้าไปชมลึกๆควรระวังอันตรายจากหินที่แหลมคม

ด้วยประวัติศาสตร์อันเข้มข้นในอดีตและความเป็นเกาะภูเขาไฟทำให้เกาะ Ternate แห่งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงทางผ่านของสนามบินและท่าเรือเท่านั้น แต่เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีความน่าสนใจไม่น้อยที่สมควรหาเวลามาพักค้างสักคืนสองคืนสำหรับใครก็ตามที่ผ่านมายังหมู่เกาะมาลูกูเหนือ ในประเทศอินโดนีเซียแห่งนี้

IMG_4348
Me and Afo, the great-grand parent of cloves around the world.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s