Olkhon Island: The Jewel of the Baikal Lake

Olkhon Island เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางมาถึงทะเลสาบไบคาลแล้วต้องการชื่นชมธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นทัศนียภาพอันงดงามมองเห็นได้กว้างไกล และความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ พร้อมประวัติศาสตร์เล็กๆน้อยๆบางจุดที่น่าสนใจ… Read More Olkhon Island: The Jewel of the Baikal Lake

Catching a Glimpse of the Naked Mountain, Nanga Parbat

Nanga Parbat และเทือกเขาบริวารที่สูงไม่ต่ำกว่า 7 พันเมตร ได้เผยตัวให้เห็นยอดอันเปล่าเปลือยปราศจากหิมะลอดผ่านช่องเมฆมาให้ฉันได้ยลความงามอันน่าตื่นตะลึงในที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าเธอได้คร่าชีวิตผู้คนที่ต้องการพิชิตตัวเธอมาหลายต่อหลายสิบคนภายในไม่ถึงร้อยปีที่ผ่านมา เมื่อมนุษย์ได้เริ่มรู้จักตัวเธอ… Read More Catching a Glimpse of the Naked Mountain, Nanga Parbat

Karakorum (2): To the Border

น้ำทะเลสาบสีเขียวสวยใสตัดกับภูเขาสีน้ำตาลส้มของเทือกเขาคาราโครัม ก่อให้เกิดภาพวิวทิวทัศน์ใหม่ที่งดงามจนไม่น่าเชื่อว่า สิ่งที่ฉันได้เห็นตรงหน้านี้เกิดจากอุบัติภัยร้ายแรงทางธรรมชาติเมื่อไม่ถึง 10 ปีก่อน… Read More Karakorum (2): To the Border

ว่าด้วยเรื่อง Blakiston’s Fish Owl ที่ Washi no Yado, Rausu, Hokkaido

ฉันได้มีโอกาสไปดูนกเค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Blakiston’s Fish Owl (แปลเป็นไทยน่าจะได้ว่า นกทึดทือบลาคิสตัน) มาที่เมือง Rausu บนเกาะ Hokkaido ของญี่ปุ่น โดยไปใช้บริการสถานที่ดูนก/ที่พักที่ Washi no Yado (鷲の宿) ซึ่งมีลักษณะเป็น Minshuku หรือ B&B แบบญี่ปุ่น ที่นี่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นที่ที่สามารถดูนกล่าเหยื่อขนาดใหญ่ที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลกชนิดนี้ได้ง่ายดายที่สุดแล้วในญี่ปุ่น และก็เป็นที่รู้จักกันมายาวนานสำหรับนักดูนกญี่ปุ่นและนักดูนกต่างชาติ เพราะอะไรจะสบายขนาดดูนกได้จากห้องนอน! ถ้าคิดจะมาที่นี่ก็ต้องติดต่อเจ้าของสถานที่จองที่นั่งใน Observation Cabin (3,000 เยน) หรือจะเข้าพักที่นี่ก็ได้ โดยค่าที่พักจะรวมอาหารเย็นและอาหารเช้าด้วย (9,000 เยน) ราคา ณ ปี 2018 อย่างไรก็ดี ถ้าจะพักที่นี่ ที่ดีที่สุดคือได้ห้องติดด้านลำห้วยที่นกมาลง เพราะสามารถดูนกจากห้องตัวเองได้เลย ถ้าได้ห้องอื่นที่มองไม่เห็นลำห้วย ก็ต้องไปนั่งดูใน Observation Cabin แทน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่จำนวนคนเข้าพักและใครมาก่อนมาหลัง อย่างฉันเข้าไปพักคนเดียว ก็เลยได้ห้องด้านในที่มองไม่เห็นลำห้วย เป็นห้องหกเสื่อเล็กๆ มีเครื่องทำความร้อน ที่นอน โทรทัศน์ (ซึ่งฉันไม่ได้ใช้) ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวมด้านนอก… Read More ว่าด้วยเรื่อง Blakiston’s Fish Owl ที่ Washi no Yado, Rausu, Hokkaido

The Pantanal of Brazil: the Largest Wetland Wildlife Sanctuary

เมื่อนึกถึงการเข้าป่าและชมสัตว์ป่าในประเทศบราซิล ฉันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงแต่คำว่าป่าอเมซอน บริเวณป่าฝนเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์ของทวีปอเมริกาใต้ คงมีน้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยได้ยินคำว่า Pantanal (ปันตานัล) ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว Pantanal เป็นพื้นที่ที่สามารถพบเห็นสัตว์ป่าของทวีปอเมริกาใต้ได้ง่ายดายยิ่งกว่าการไปเสาะหาในเขตป่าอเมซอนเสียอีก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะป่าอเมซอนเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมอยู่มากมาย อีกทั้งพื้นที่สูงๆต่ำๆ ต้องบุกป่าฝ่าดงเข้าไปหาชมสัตว์ป่าหายาก แต่สำหรับ Pantanal แล้ว ปัจจัยหลายๆอย่างของพื้นที่ ทำให้มีโอกาสที่จะเห็นตัวสัตว์ป่าหายากได้ง่ายกว่าป่าอเมซอนหลายเท่านัก ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? เรามาทำความรู้จักกับ Pantanal กันก่อนดีกว่า Pantanal คือชื่อเรียกพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ประมาณกึ่งกลางของทวีปอเมริกาใต้ โดยสภาพพื้นที่เป็นเหมือนแอ่งกระทะท้องแบนสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 80-150 เมตร โอบล้อมด้วยพื้นที่สูงกว่าที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำ ลำธารเป็นร้อยๆสายที่ต่างไหลลงสู่แอ่งที่ราบอันกว้างใหญ่ของ Pantanal บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนของแม่น้ำปารากวัย Pantanal กินอาณาบริเวณกว้างใหญ่มหาศาลโดยมีพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 170,000 ตารางกิโลเมตร ขนาดของพื้นที่ย่อลงและขยายตามปริมาณน้ำฝนในแต่ละปี (140,000-210,000 ตารางกิโลเมตร) นั่นหมายความว่า Pantanal มีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศโปรตุเกส หรือประมาณ 2 ใน 3 ของเกาะอังกฤษ! โดยพื้นที่ 80% อยู่ทางทิศตะวันตกตอนกลางของประเทศบราซิล ในรัฐ Mato Grosso (มาโตกรอสโซ่) และรัฐ Mato Grosso… Read More The Pantanal of Brazil: the Largest Wetland Wildlife Sanctuary

Brazil’s BONITO!

Beautiful Bonito, the Sustainable Tourism Model of Brazil ข่าวคราวเรื่องเสือจากัวร์หลุดจากโซ่ล่ามถูกยิงตายระหว่างพิธีวิ่งคบเพลิงโอลิมปิคในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประเทศบราซิล เจ้าภาพโอลิมปิคที่กำลังจะมาถึงเสียชื่อไปไม่น้อย ฉันเชื่อเหลือเกินว่า ไม่ใช่แต่ชาวโลกเท่านั้นที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ชาวบราซิลด้วยกันเองที่เอาใจใส่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์คงจะหัวเสียไปตามๆกัน โดยเฉพาะชาวเมือง Bonito (โบนิโต้) เมืองเล็กๆในทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐ Mato Grosso Do Sul (มาโตกรอสโซ่โดซัล) มลรัฐหนึ่งของบราซิลที่ติดชายแดนปารากวัยและโบลิเวีย เหตุเพราะ Bonito เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรไม่ถึงสองหมื่นคนแห่งนี้ เติบโตและมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ในระดับโลกได้ ก็ด้วยเรื่องของการบริหารการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืนของคนในพื้นที่ ที่เป็นแบบอย่างให้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆแห่งของบราซิลและของโลกเลยทีเดียว อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า Bonito เป็นเมืองเล็กๆที่แทบเรียกได้ว่า มีถนนหลักๆที่เป็นที่ตั้งของแทบทุกสิ่งทุกอย่างตรงกลางอยู่เส้นเดียวเท่านั้น แต่ที่นี่เป็นเมืองศูนย์กลางที่มีที่พักรองรับสำหรับตอบสนองการท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยรอบรัศมีประมาณ 60 กิโลเมตรถึง 40 กว่าแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับลำน้ำที่ใสสะอาด น้ำตก ทะเลสาบ ถ้ำ เพิงผา และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเมืองนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ราบสูง Bodoquena (โบโดเกอน่า) ที่อุดมไปด้วยเขาหินปูนและป่าทุ่งหญ้าสะวันนาเขตร้อนของบราซิลที่เรียกว่า Cerrado (เซอร์ราโด้) ทันทีที่ฉันมาถึงรีสอร์ทที่พักท่ามกลางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ชานเมือง ก็ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวของนกแก้วต่างๆแถวหน้าห้อง พอออกมาดูจึงเห็นว่าเป็นนกแก้ว… Read More Brazil’s BONITO!

Iguazu Falls

“สถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้า” “การดำรงรักษาไว้ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปได้ จากความสวยงามสู่ความเป็นเลิศ จากความงดงามสู่ความเป็นสุดยอด” และ “พืชพรรณที่ไม่มีที่ใดเทียบเทียม” (André Rebouças) … Read More Iguazu Falls

Homestay in Raja Ampat, West Papuan

“ฉันคิดไปเป็นชาวเกาะ มีชีวิตกลางแดดและคลื่นลม จะจูบอำลาสังคม แสงสีในเมืองนภา…” เนื้อเพลงเก่าเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนของคุณปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล ดังก้องอยู่ในใจ ยามเมื่อฉันเดินทางไกล ไปนั่งๆนอนๆชิดติดทะเลบนเกาะอันห่างไกล บนเกาะที่ไม่มีอะไรมากในทางเทคโนโลยีแต่เต็มปรี่ด้วยสรรพชีวิตอันหลากหลายใต้ทะเลและในป่าบนเกาะ เนื่องจากบนเกาะที่ฉันไปไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้าจากโรงงานผลิต ไม่มีร้านอาหารหรูริมหาดให้เข้าไปนั่งชิลล์และไม่มีอินเตอร์เน็ตให้เสพย์ สิ่งที่ฉันเตรียมไปจึงง่ายมาก เพราะไม่ต้องเตรียมอะไรไปมาก นอกจากเตรียมใจ…เตรียมใจไปพักผ่อนแบบเต็มๆ หลังจากนั่งเครื่องบินสามต่อ จากกรุงเทพฯมาที่เมืองโซ-รง (Sorong) ต่อเรือเฟอรรี่ข้ามมาที่เมืองไวไซ (Waisai) บนเกาะไวเกียว (Waigeo Island) และนั่งเรือเล็กติดเครื่องยามาฮ่าหนึ่งเครื่องยนต์ฝ่าลมทะเลและแสงแดดอีกประมาณ 2 ชั่วโมงฉันก็เดินทางมาถึงที่พักบนเกาะแห่งหนึ่งในบริเวณหมู่เกาะที่เรียกกันว่าราชาอัมปัต (Raja Ampat) ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะนิวกีนี ในจังหวัดเวสต์ปาปัว (West Papua) (เดิมชื่อ Irian Jaya) ในเขตประเทศอินโดนีเซีย ฉันเชื่อว่าชื่อเมืองต่างๆที่ฉันกล่าวถึงและพื้นที่บริเวณดังกล่าวคงเป็นชื่อแปลกใหม่และน่างุนงงว่ามันอยู่ส่วนไหนของโลกกันแน่สำหรับหลายๆคน เอาง่ายๆ ลองนึกถึงภาพเกาะนิวกินี ที่มีรูปร่างคล้ายนกหรือไดโนเสาร์ หันหัวไปทางประเทศฟิลิปปินส์ มีหางยืดยาวออกไปในมหาสมุทรแปซิฟิคทางด้านบนของออสเตรเลีย “ราชาอัมปัต” ตั้งอยู่ตรงบริเวณแถวๆหน้าผากของหัวนกหรือไดโนเสาร์ที่ว่านั่นเอง ฉันได้ที่พักเป็นโฮมสเตย์ชื่อน่ารักว่าลุมบาลุมบ้า (Lumba Lumba) บนเกาะมาซัวน้อย (Small Masuar) หนึ่งในเกาะเล็กๆของกว่า 400… Read More Homestay in Raja Ampat, West Papuan