KENT

เมื่อพิจารณาถึงเวลาที่มีอยู่กับการดูแผนที่บริเวณรอบๆมหานครลอนดอนอยู่สองสามรอบ ฉันตัดสินใจมุ่งหน้าลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหลวง ครั้งนี้ฉันตั้งใจไปเยี่ยมชมพื้นที่ตกสำรวจของตัวเองบริเวณไม่ใกล้ไม่ไกลกรุงลอนดอน ในเขตปริมณฑลที่มีชื่อว่าเค้นท์ (Kent) ที่วางตัวอยู่ระหว่างเมืองลอนดอนและช่องแคบอังกฤษที่จะข้ามไปยังประเทศฝรั่งเศสได้ พื้นที่บริเวณนี้จึงเป็นเขตยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาแต่โบราณ เนื่องจากเป็นบริเวณพื้นที่ที่ใกล้กับตัวแผ่นดินใหญ่ของทวีปยุโรปมากที่สุดของเกาะอังกฤษ ผู้คนสมัยโบราณจะข้ามน้ำข้ามทะเลมารบกัน แย่งชิงอำนาจกันหรือจะอพยพย้ายถิ่นกันก็ผ่านกันมาทางนี้ ซึ่งในปัจจุบันทางรถไฟลอดใต้ทะเลไปยังตัวทวีปก็สร้างผ่านมาทางเค้นท์นี่แหละ หลังจากขับรถพ้นจากลอนดอนได้ไม่นาน ฉันแวะเยี่ยมชมสถานที่แห่งหนึ่งก่อนทันที เนื่องจากสะดุดคำแนะนำในหนังสือนำเที่ยวว่า “เป็นหนึ่งในปราสาทที่โด่งดังที่สุดและมีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก” เท่านั้นยังไม่พอยังมีคำกล่าวของ Lord Conway อีกด้วยว่าเป็น “ปราสาทที่น่ารักที่สุดในโลก” อย่างนี้แล้ว จะไม่ให้ฉันแวะไปยลโฉมได้อย่างไร ปราสาทลีดส์ (Leeds Castle) อยู่ไม่ไกลจนเกินไปนักหากขับรถมาตามทางหลวงสาย M20 จากลอนดอน ไม่ทันถึงหนึ่งชั่วโมงดี ก็มีแยก (ดูตามป้ายทางหลวง) ไปถึงตัวปราสาทได้ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกับเมือง Maidstone เมื่อผ่านประตูเข้าไป ยังต้องวิ่งรถไปตามถนนภายในอาณาบริเวณของปราสาทอีกระยะหนึ่งกว่าจะถึงที่จอดรถ จากนั้นจะนั่งรถรับส่งของปราสาทที่มีบริการให้ไปที่ตัวปราสาท หรือจะเดินกับเดินก็แล้วแต่ความพอใจ เนื่องจากพื้นที่ของปราสาทค่อนข้างกว้าง ฉันเลือกที่จะพึ่งขาของตัวเอง เดินผ่านชมสวนอันกว้างใหญ่ของปราสาทก่อน นกเป็ดน้ำหลายหลายชนิดที่มาที่นี่เองโดยธรรมชาติและตัวแปลกๆสีสันสวยงามที่เขาเลี้ยงไว้ในบึงขนาดย่อมๆทำให้ฉันต้องหยุดแวะถ่ายรูปจนเดินไปไม่ถึงไหน รวมไปถึงเจ้าหงส์สีดำ อันเป็นสัญญลักษณ์ของปราสาทแห่งนี้ด้วย ว่ากันว่าเจ้าของคนสุดท้ายคือ Lady Baillie Olive นั้น เธอชื่นชอบนกสวยๆแปลกๆนักหนา และเธอก็เป็นคนแรกที่นำเข้าเจ้าหงส์ดำจากออสเตรเลียมาที่อังกฤษนี่ด้วย หลังจากที่เดินเลาะคูน้ำผ่านสวนและสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ไปเรื่อยๆ ก็จะไปถึงปราสาทที่เด่นเป็นสง่ากึ่งๆคล้ายป้อมปราการตั้งอยู่บนเกาะสองเกาะเล็กๆกลางทะเลสาป เมื่อได้มาอ่านรายละเอียดของปราสาท ฉันจึงรู้ว่าไม่ได้เข้าใจผิด… Read More KENT

Indian Hot Cities

อากาศเริ่มเย็นๆแบบนี้ เอาเรื่องร้อนๆมาฝากดีกว่า (เป็นการค่อยๆย้ายข้อความสั้นๆที่เขียนไว้ มาจาก Hi5 เพราะไม่ค่อยได้เข้าไปในนั้นแล้วอ่ะ)… จับพลัดจับผลู ได้ไปเที่ยวเมืองปราสาท ราชวัง และป้อมปราการของอินเดียมาหลายเมืองในช่วงที่ผ่านมา…ไม่ได้ตั้งใจไปเอง ตั้งแต่ต้น เพราะรู้ว่าอากาศยามนี้มันร้อนเหลือ…แต่ในเมื่อโอกาสมาถึง ชีพจรที่เท้ามันก็เร่งจังหวะให้ออกเดินทางอีกครั้ง ไปเดินไปชม ไปสัมผัสมาก็หลายที่อยู่ แต่ก่อนที่จะเดินถึงป้อมปราการหรือราชวังต่างๆนั้น แน่นอนว่าต้องเดินผ่านย่านสามัญชนก่อน…ตลาด อากาศก็ร้อนเหลือ แดดก็เผาผิวจนต้องสวมแขนยาว ถ้าจะเข้าท่ากว่า…เอาผ้าเบาบางเข้าไว้ ไม่ร้อนผิว ไม่แสบไหม้ หลบเข้าร่มหน่อยก็เย็นสบาย นึกถึงเครื่องนุ่มห่มของชาวอินเดียก็ดูคิดว่าช่างเข้าท่าดี มีผ้าให้คลุมผม คลุมหน้า คลุมตัวคลายร้อนได้ คลายหนาวก็ดี… อากาศร้อนแต่ใจคนที่นี่ไม่รุ่มร้อน แม้รถราจะควั่กไคว่ บีบแตร เบียดเฉียดฉิวกัน ทั้งรถทั้งจักรยานยนต์ ทั้งรถลาก ทั้งจักรยาน ทั้งวัว ทั้งคน ทั้งแพะ ทั้งลา และอื่นๆอีกมากมายที่ประกอบเป็นสีสันอันมีชีวิตชีวาของเมืองในอินเดีย แต่กลับไม่ค่อยเจอคนอารมณ์ร้อนเท่าไรนัก ฉันพบสาวชาวบ้านคนนี้ นั่งเล่นอยู่บนพื้นกับเด็กๆและสาวๆคนอื่นข้างทาง…อากาศร้อน ใจไม่ร้อน เธอยิ้มแย้มฟังการสนทนา พร้อมกับจิบชานม (ไช) ร้อนๆแก้วใหญ่… ฉันเหลือบหันไปกดชัตเตอร์หนึ่งครั้ง ก่อนเดินฝ่าความร้อนไปชมพระราชวังต่อด้วยใจที่ยิ้ม…เย็น  

The Largest Living Thing on Earth

เขามีอายุประมาณ 2,200 ปี และก็ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน แม้เขาไม่ได้สูงที่สุดในโลก แต่ก็สูงถึง 84 เมตร และก็ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาตัวใหญ่ที่สุดในโลก คือมีน้ำหนักรวมลำต้นถึงประมาณ 1,256 ตัน (ตันนะ ไม่ใช่กิโลกรัม)…ใหญ่กว่าไดโนเสาร์ในอดีตกาล เขาบอกว่า ต้องเอาวาฬสีน้ำเงิน…สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก…มารวมกันสิบตัว ถึงจะมีน้ำหนักเท่าเขา… เขามีเส้นรอบวงที่ฐาน 31 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นที่ฐาน 11 เมตร ตรงเอวเขาที่ 54 เมตรขึ้นไปจากพื้นน่ะ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.2 เมตร General Sherman Tree คือชื่อของเขา…ต้น Sequoias ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขาเป็นต้นไม้ที่ออกลูกเป็น cone แบบต้นสนทั่วๆไป ในตระกูล Conifer เขาเป็นญาติๆกับสนไซเปรสที่ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆยักษ์ใหญ่ในป่า Sierra Nevada ที่แคลิฟอร์เนีย ที่ความสูงเกินกว่าพันเมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต้นไม้ชนิดอื่นๆรอบข้างดูเป็นต้นไม้แคระไปโดยปริยาย โดยมิต้องเอ่ยถึงมนุษย์ น่าตื่นเต้นที่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของเรา น่าทึ่งที่เขายืนยงคงกระพันมาเป็นพันๆปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่รู้เท่าไหร่ น่าชื่นชมที่เขาผ่านไฟป่ามาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ก็ยังทนทานมาได้ เพราะไฟป่าทำให้ลูกหลานเหลนโหลนของเขาได้เจริญเติบโตแตกหน่อออกมาได้… … น่าสลดที่มนุษย์ตัวเท่าขี้เล็บ อายุน้อยนิด กลับหึกเหิมคิดว่าตัวเองเก่งกล้า ยิ่งใหญ่… Read More The Largest Living Thing on Earth

โลมาที่รัก Dolphin Watch

เห็นว่าช่วงที่ผ่านมา กระแสวาฬบรูด้ามาแรง เลยนึกถึงบทรำพึงรำพันเก่าๆที่เขียนไว้เมื่อสองสามปีก่อน ลงในฮิห่า (Hi5) ที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เข้าไปเท่าไหร่ เลยก๊อปเอามาไว้ที่นี่…ให้รู้ว่า เมืองไทยยังมีดีอีกเยอะ…ไม่ต้องรอตามกระแส…ก็มีอะไรให้ดูจ้า… ได้มีโอกาสติดสอยห้อยตามนักวิจัยไปสำรวจโลมาที่ทะเลไทยแถวขนอมมา ชาวบ้านที่นั่น รู้ว่ามีโลมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น เป็นเวลานานมาแล้ว เลยร่วมกันก่อตั้งเป็นชมรม อนุรักษ์บ้านเกิด อนุรักษ์ชายฝั่ง อนุรักษ์โลมา… และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ชาวบ้านให้เช่าเรือหางยาว ที่ปรกติทำประมงชายฝั่ง พานักท่องเที่ยวออกไปชมโลมา… แน่นอนว่า ของแบบนี้ การันตีว่าจะเจอไม่ได้ แต่จากที่ฉันได้มีโอกาสออกไป ไปทุกวัน เจอทุกวัน จะมากจะน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง… โลมาที่เห็น มีสองชนิด โลมาหัวบาตร…หรือโลมาอิรวดี เจ้านี่ค่อนข้างขี้ระแวง ไม่ค่อยให้เรือเข้าใกล้ เจอแล้ว ดูเฉยๆ…อย่าต้อนเชียว เธอว่ายน้ำหนีทันที…อันนี้ชาวบ้านรู้ดี ไม่เอาเรือเข้าไปต้อน อีกโลมาหนึ่งคือโลมาสีชมพู ภาษาอังกฤษเรียกโลมาหลังค่อม Indo-Pacific Humpback Dolphin เจ้านี่ ยิ่งแก่ยิ่งน่าเกลียด จากสีเทากลายเป็นสีชมพูกระดำกระด่าง… แต่ค่อนข้างขี้เล่น…เรียกว่าถ้าเจอที ตามดู (ห่างๆ) ได้เป็นชั่วโมง ดำผุดดำว่าย ไปๆมาๆ ให้พินิจได้หนำใจ… บางครั้งบางคราว ยังกระโดดไล่ล่าปลาให้เห็นกันจะๆ ทั้งตัว โผล่ขึ้นมาจากน้ำ…สะใจ… Read More โลมาที่รัก Dolphin Watch

Meteora: Rocks in the Air

ครั้งเมื่อฉันตกลงใจกับเพื่อนได้ว่าจะไปเที่ยวประเทศกรีซ การวางแผนเที่ยวจึงเริ่มขึ้น นอกจากกรุงเอเธนส์ที่เป็นของตายที่ไม่ไปไม่ได้แล้ว ต่างคนต่างเริ่มเสนอชื่อสถานที่ที่ตัวเองอยากจะไป เพื่อนำมาประมวลดูความเป็นไปได้ที่จะแวะไปเที่ยว ชื่อแรกที่ฉันบอกเพื่อนร่วมทางว่าอยากไปเห็นคือ เมเตออรา (Metéora) ซึ่งตั้งอยู่ในทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของประเทศ ตอนแรกเพื่อนฉันได้แต่ทวนชื่อและถามว่ามันคืออะไร ฉันปล่อยให้เพื่อนไปค้นข้อมูลดูเอาเอง หลังจากเกริ่นๆไปว่า ชอบหนังเรื่องเจมส์บอนด์ไม่ใช่เหรอ เคยดูตอน For Your Eyes ไหมล่ะ? มีฉากหนึ่งถ่ายทำที่นี่ เพื่อนฉันหายไปสองวัน ก่อนกลับมายืนยันแน่นหนักว่าความตั้งใจเดิมของฉันว่า “ไปสิ” ความแปลกพิศดารของพื้นที่ทางทิศตะวันตกของที่ราบสูงเทสสาลี (Thessaly) แห่งนี้ ถูกจัดเข้าเป็นหนึ่งในโปรแกรมท่องกรีซทันที แม้ว่าจะต้องฉีกออกนอกเส้นทางอื่นๆเล็กน้อย เนื่องจากเราวางแผนเที่ยวไล่มาจากทางเหนือ โดยรวมจะเลาะลงใต้เลาะมาตามทะเลเอเจียนเป็นหลัก เมเตออราทำให้เราต้องตีวงเข้าไปในแผ่นดินไปทางทิศตะวันตก หลังจากที่แวะเที่ยวเขาโอลิมปัส เทือกเขาแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกกล่าวถึงในตำนานต่างๆของกรีก ก่อนที่จะมุ่งลงใต้ต่อไปยังเมืองแห่งเทพพยากรณ์อย่างเดลฟี                 เส้นทางไปยังเมเตออราจากเทือกเขาโอลิมปัสนั้น หลังจากที่ไต่ระดับลงจากความสูงของเทือกเขา เส้นทางจะตัดผ่านที่ราบกว้างใหญ่แห่งเทสสาลี ที่เต็มไปด้วยไร่นาและหมู่บ้านเล็กๆเป็นหย่อมๆ แล้วจู่ๆความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า แท่งหินสูงชันขนาดมหึมารูปทรงแปลกตาหลายต่อหลายแท่ง ตั้งตระหง่านอยู่ติดทุ่งราบอันกว้างใหญ่ที่เรากำลังมุ่งหน้าไป มีแนวเทือกเขาพินดอส (Pindhos) เป็นเงาตะคุ่มอยู่ให้เห็นไกลๆเป็นฉากหลัง เมื่อเราเข้าไปใกล้ขึ้น จึงได้เห็นสิ่งที่เราอยากเห็น เพราะนอกจากแท่งโขดหินพิศดารกลางท้องทุ่งแล้ว บางยอดของแท่งหินเหล่านี้ ยังเป็นสถานที่ตั้งของอารามศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ที่สร้างต่อยอดหินขึ้นไปอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ทำไมต้องไปสร้างอารามบนยอดหินแบบนั้น? แล้วเขาขึ้นไปสร้างกันได้อย่างไร? แล้วฉันจะขึ้นไปชมภายในอารามเหล่านั้นได้จริงๆไหม? คำถามต่างๆ ผุดขึ้นมาในใจ แต่ที่แน่ๆแท่งโขดหินเหล่านี้คงเป็นความท้าทายไม่น้อยสำหรับนักปีนผาขั้นแอ๊ดวานซ์ทั้งหลาย… Read More Meteora: Rocks in the Air

Harkidoon Trek

ประมาณว่าโดนบังคับให้ย้ายบล็อค โดยใช้คำสวยหรูว่า Upgrade…ก็เลยมาลงเอยที่หน้าตาใหม่ ที่อยู่ใหม่อันนี้…เลยขอประเดิมบล็อคใหม่ ด้วยการเอาเรื่องเก่าเก็บมาลงซะเลย…ก็หลายปีดีดักแล้วที่เขียนเรื่องนี้ไว้ (ยาวมาก) ตอนแรกส่งให้ บก. นิตยสารฉบับหนึ่ง เขารับไว้จะลงให้ แต่จู่ๆ กอง บก. ก็ยกแก๊งค์ลาออก เรื่องก็เลยหายไปกับสายลมและแสงแดด…รูปที่เอามาลงก็ไปขุดเอามาจากคลังเก่าๆ พยายามไม่ให้ซ้ำกับรูปที่ลงไว้ในภาคภาษาอังกฤษ (เขียนที่เดียวกัน แต่ประมาณคนละอารมณ์)…ตอนนั้นตั้งชื่อเรื่องไว้ว่า… การเดินทางสู่ฮากิดูน ทุ่งหญ้า สายน้ำและขุนเขาหิมะ คุณเคยไม่อาบน้ำเก้าวันไหม เก้าวันที่ต้องเดินเหนื่อยทั้งวันก่อนจะถึงที่พัก เก้าวันที่ใช่ว่าจะไม่มีน้ำให้อาบ แต่แหล่งน้ำแต่ละแห่งเย็นยะเยือกอยู่ที่ความสูงสามสี่พันเมตร เมื่อไม่มีแสงแดดสาดส่อง อากาศก็ลดลงเกือบแตะศูนย์หรือต่ำกว่านั้น ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ฉัน(หาเรื่อง) ไปเดิน trekking มา เป็นระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 95 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาเก้าวัน เมื่อนำมาคำนวณดูแล้ว คุณอาจคิดว่าก็แค่สิบกิโลต่อวันเท่านั้น เรื่องมันอยู่ที่ว่า มันไม่ใช่การ trekking ธรรมดาๆ หรือเดินอยู่ในที่ราบ แต่เป็นการ trekking ในที่สูง อันหมายความว่า เดินขึ้นเขาอยู่ที่ระดับความสูงเกินกว่าสามพันเมตร แม้จะไม่ทุกวัน แต่เดินแต่ละวันก็เฉียดๆระดับนั้น บางวันอาจแตะขึ้นไปถึงสามพันหกสามพันเจ็ด สิ่งแรกที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้คือ อากาศที่เบาบางกว่าพื้นราบ ออกซิเจนที่น้อยกว่า ทำให้ปอดต้องทำงานมากกว่า อันเป็นที่มาของการเหนื่อยง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ… Read More Harkidoon Trek

Hokkaido Summer

     พื้นที่ใจกลางเกาะอันกว้างใหญ่ของฮอกไกโด เกาะขนาดใหญ่ที่สุดทางเหนือของญี่ปุ่นนั้น มีลักษณะเป็นท้องทุ่งและที่ราบสูงอันกว้างใหญ่ภายใต้เงาร่มของแนวเทือกเขาไดเซ็ทซึ โดยมีเมืองทั้งใหญ่และเล็กรายล้อมอยู่รอบๆแนวเทือกเขา ชาวบ้านมีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิต่อเนื่องถึงฤดูร้อน ในช่วงที่หิมะที่ปกคลุมแทบทั้งเกาะละลายหายไปเกือบหมด ทุ่งอันกว้างใหญ่ที่มีพรรณพืชต่างๆมากมาย ก็ร่วมใจพากันผลิดอกออกผล ภาพของทุ่งดอกไม้ต่างๆจึงหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันให้ได้ชมตลอดช่วงฤดูกาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดอกไม้ที่ขึ้นชื่อที่สุดอันเป็นเหตุผลดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากมายมาเยี่ยมเยือนเกาะฮอกไกโดตอนกลางแห่งนี้ คงหนีไม่พ้นทุ่งดอกลาเวนเดอร์อันกว้างใหญ่ ที่ชาวฮอกไกโดเจ้าของพื้นที่ได้พัฒนาพื้นที่เกษตรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ พ่วงท้ายมาด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมายที่ผลิตขึ้นจากพืชผลทางการเกษตรเหล่านี้ ฟุราโนะ (Furano) เมืองที่ตั้งห่างไปทางทิศตะวันออกของซัปโปโรประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร เป็นแหล่งทุ่งดอกลาเวนเดอร์อันลือชื่อ หากเดินทางมาถึงบริเวณนี้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ตลอดจนถึงกลางเดือนสิงหาคม ซึ่งถือเป็นช่วงหน้าร้อนที่มีอากาศเย็นสบายของพื้นที่ทางตอนเหนือ ก็จะได้สัมผัสกับกลิ่นหอมและสีสันของดอกลาเวนเดอร์กันอย่างเต็มที่ ว่ากันว่าต้นลาเวนเดอร์นี้เดิมเป็นพืชดอกล้มลุกที่พบได้อยู่ตามทุ่งหญ้าตามป่าเขา ต่อมาได้มีบริษัทผลิตน้ำมันหอมจากดอกไม้ได้มาทดลองปลูกต้นลาเวนเดอร์ในบริเวณนี้เป็นครั้งแรกเมื่อเกือบร้อยปีก่อนและได้ผลดี เกษตรกรในแถบนี้ได้ทำการปลูกลาเวนเดอร์กันอย่างแพร่หลายตามบริเวณต่างๆที่เหมาะสม เพื่อป้อนให้กับโรงงานผลิตน้ำมันหอมสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเรื่องสำอางค์ที่ตั้งขึ้นในบริเวณใกล้เคียง อย่างไรก็ดีเมื่อวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าและโลกมีการพัฒนามากขึ้น การผลิตกลิ่นสังเคราะห์และการนำเข้าที่ง่ายดาย ทำให้ราคาน้ำมันหอมจากลาเวนเดอร์ของแท้นี้ราคาตกต่ำลงและโรงงานต้องเลิกกิจการไป พาเอาเกษตรกรย่ำแย่ตามไปด้วย จนต้องหันไปปลูกพืชชนิดอื่นๆกันเกือบหมด อย่างไรก็ดี ยังเหลือเกษตรกรที่ยังคงทนปลูกต้นลาเวนเดอร์นี้อยู่ไม่กี่เจ้า และแล้วเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไป ในปี ค.ศ. 1975 ภาพของทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสดอันสวยงามจากฟาร์มแห่งหนึ่งได้ถูกถ่ายทอดลงบนปฏิทินของการรถไฟภูมิภาคของญี่ปุ่น ทำให้มีผู้คนสนใจอยากมาเที่ยวชมทุ่งลาเวนเดอร์แห่งนั้น และนับวันจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเหตุให้การปลูกลาเวนเดอร์กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของฮอกไกโด จากที่เป็นพืชที่ปลูกเพื่อการเกษตรฯ ป้อนโรงงาน กลับกลายมาเป็นปลูกเพื่อการท่องเที่ยว จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของดินแดนแถบนี้ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ฉันได้แวะเที่ยวชมฟาร์มอันลือชื่อที่ใครๆก็พลาดไม่ได้ หากมาเยือนถึงดินแดนแถบนี้แล้ว นั่นคือโทมิตะฟาร์ม ว่ากันว่าภาพในปฏิทินที่ทำให้ทุ่งลาเวนเดอร์แห่งฮอกไกโดโด่งดังเป็นครั้งแรก ก็ถูกบันทึกไว้ที่ฟาร์มแห่งนี้… Read More Hokkaido Summer

Stopover in Brussels

        ฉันเดินทางมาถึงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยมและเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของสหภาพยุโรปแห่งนี้ แบบเหมือนเป็นทางผ่านไปสู่เมืองในฝันอย่างบรูจช์มากกว่าที่จะตั้งใจมาเยือนที่นี่โดยตรง อย่างไรก็ตาม เวลาเกือบสองวันเต็มๆยามเข้าและก่อนออกจากประเทศนี้ ที่ตอนแรกฉันคิดว่าคงเหลือเฟือสำหรับการแวะเที่ยวนครหลวงเล็กๆแห่งหนึ่งของยุโรปที่ใช้ภาษาเฟลมมิชและฝรั่งเศสเป็นหลักกลายเป็นเวลาเพียงน้อยนิดเหลือเกินในการที่จะเยี่ยมชมเมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะ ประวัติศาสตร์และความทันสมัยแห่งนี้ให้ได้อย่างสมบูรณ์ ฉันเริ่มต้นการเดินทางในนครหลวงแห่งนี้ที่สถานี Gare du Midi (Zuidstation) อันเป็นสถานีหลักที่รถไฟข้ามประเทศยูโรสตาร์ พาฉันลอดอุโมงค์จากประเทศอังกฤษ ผ่านฝรั่งเศสเข้ามาถึงที่นี่ หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแบบค่อนข้างเรียบง่ายที่สถานี ฉันก็พาตัวเองเดินลากกระเป๋าหาแผนที่ในสถานี เดินต่อไปซื้อตั๋ว ขึ้นรถรางที่เหมือนอยู่ใต้ดิน ไปโผล่ที่สถานีที่ใกล้ๆโรงแรมที่จองผ่านอินเตอร์เน็ตเอาไว้ เช็คอิน วางของ จากนั้นก็คว้ากล้องและเป้ใส่ของประจำตัว พาตัวเองไปนั่นรถรางใต้ดินอีกครั้ง เนื่องจากฉันมีเวลาขาเข้ามาในประเทศนี้หนึ่งวันก่อนเดินทางไปเมืองอื่น และอีกหนึ่งวันก่อนกลับออกจากประเทศนี้ ฉันจึงปวารณาตัวเองเที่ยวให้คุ้มที่สุด วันละเขตเมืองหลักๆเท่าที่จะเที่ยวได้เสียเลย ที่ฉันใช้ว่าวันละเขตเมือง เพราะบริเวณใจกลางของเมืองหลวงแห่งนี้ แบ่งเป็นสองส่วนหลักๆอันได้แก่เขตเมืองด้านล่าง (Lower Town) และเขตเมืองด้านบน (Upper Town) ซึ่งแบ่งแยกจากกันโดยมีแนวเนินเขาที่เป็นแนวยาวลงมาจากทางเหนือลงมาทางใต้เป็นเกณฑ์ ซึ่งในปัจจุบันมีถนน บ้านเรือนเชื่อมต่อกันอย่างแยกกันไม่ค่อยออก ฉันใช้บริการของรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่เรียกกันว่าเมโทร (Metro) และรถราง (Tram) ที่มีทั้งวิ่งใต้ดินและบนดินไปยังย่านสำคัญๆเป็นหลัก ก่อนใช้สองขาพาเดินชมส่วนต่างๆของเมืองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันเริ่มลุยส่วน Lower Town อันถือเป็นเขตเมืองเก่ามาแต่ดั้งเดิมที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าพ่อค้าช่างอาชีพสาขาต่างๆที่พูดภาษาเฟลมมิชเป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้าในอดีต ด้วยการขึ้นรถรางไปที่สถานี Bourse (Beurs)… Read More Stopover in Brussels