Brazil’s BONITO!

Beautiful Bonito, the Sustainable Tourism Model of Brazil ข่าวคราวเรื่องเสือจากัวร์หลุดจากโซ่ล่ามถูกยิงตายระหว่างพิธีวิ่งคบเพลิงโอลิมปิคในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประเทศบราซิล เจ้าภาพโอลิมปิคที่กำลังจะมาถึงเสียชื่อไปไม่น้อย ฉันเชื่อเหลือเกินว่า ไม่ใช่แต่ชาวโลกเท่านั้นที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ชาวบราซิลด้วยกันเองที่เอาใจใส่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์คงจะหัวเสียไปตามๆกัน โดยเฉพาะชาวเมือง Bonito (โบนิโต้) เมืองเล็กๆในทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐ Mato Grosso Do Sul (มาโตกรอสโซ่โดซัล) มลรัฐหนึ่งของบราซิลที่ติดชายแดนปารากวัยและโบลิเวีย เหตุเพราะ Bonito เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรไม่ถึงสองหมื่นคนแห่งนี้ เติบโตและมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ในระดับโลกได้ ก็ด้วยเรื่องของการบริหารการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืนของคนในพื้นที่ ที่เป็นแบบอย่างให้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆแห่งของบราซิลและของโลกเลยทีเดียว อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า Bonito เป็นเมืองเล็กๆที่แทบเรียกได้ว่า มีถนนหลักๆที่เป็นที่ตั้งของแทบทุกสิ่งทุกอย่างตรงกลางอยู่เส้นเดียวเท่านั้น แต่ที่นี่เป็นเมืองศูนย์กลางที่มีที่พักรองรับสำหรับตอบสนองการท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยรอบรัศมีประมาณ 60 กิโลเมตรถึง 40 กว่าแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับลำน้ำที่ใสสะอาด น้ำตก ทะเลสาบ ถ้ำ เพิงผา และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเมืองนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ราบสูง Bodoquena (โบโดเกอน่า) ที่อุดมไปด้วยเขาหินปูนและป่าทุ่งหญ้าสะวันนาเขตร้อนของบราซิลที่เรียกว่า Cerrado (เซอร์ราโด้) ทันทีที่ฉันมาถึงรีสอร์ทที่พักท่ามกลางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ชานเมือง ก็ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวของนกแก้วต่างๆแถวหน้าห้อง พอออกมาดูจึงเห็นว่าเป็นนกแก้ว… Read More Brazil’s BONITO!

Iguazu Falls

“สถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้า” “การดำรงรักษาไว้ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปได้ จากความสวยงามสู่ความเป็นเลิศ จากความงดงามสู่ความเป็นสุดยอด” และ “พืชพรรณที่ไม่มีที่ใดเทียบเทียม” (André Rebouças) … Read More Iguazu Falls

Homestay in Raja Ampat, West Papuan

“ฉันคิดไปเป็นชาวเกาะ มีชีวิตกลางแดดและคลื่นลม จะจูบอำลาสังคม แสงสีในเมืองนภา…” เนื้อเพลงเก่าเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนของคุณปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล ดังก้องอยู่ในใจ ยามเมื่อฉันเดินทางไกล ไปนั่งๆนอนๆชิดติดทะเลบนเกาะอันห่างไกล บนเกาะที่ไม่มีอะไรมากในทางเทคโนโลยีแต่เต็มปรี่ด้วยสรรพชีวิตอันหลากหลายใต้ทะเลและในป่าบนเกาะ เนื่องจากบนเกาะที่ฉันไปไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้าจากโรงงานผลิต ไม่มีร้านอาหารหรูริมหาดให้เข้าไปนั่งชิลล์และไม่มีอินเตอร์เน็ตให้เสพย์ สิ่งที่ฉันเตรียมไปจึงง่ายมาก เพราะไม่ต้องเตรียมอะไรไปมาก นอกจากเตรียมใจ…เตรียมใจไปพักผ่อนแบบเต็มๆ หลังจากนั่งเครื่องบินสามต่อ จากกรุงเทพฯมาที่เมืองโซ-รง (Sorong) ต่อเรือเฟอรรี่ข้ามมาที่เมืองไวไซ (Waisai) บนเกาะไวเกียว (Waigeo Island) และนั่งเรือเล็กติดเครื่องยามาฮ่าหนึ่งเครื่องยนต์ฝ่าลมทะเลและแสงแดดอีกประมาณ 2 ชั่วโมงฉันก็เดินทางมาถึงที่พักบนเกาะแห่งหนึ่งในบริเวณหมู่เกาะที่เรียกกันว่าราชาอัมปัต (Raja Ampat) ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะนิวกีนี ในจังหวัดเวสต์ปาปัว (West Papua) (เดิมชื่อ Irian Jaya) ในเขตประเทศอินโดนีเซีย ฉันเชื่อว่าชื่อเมืองต่างๆที่ฉันกล่าวถึงและพื้นที่บริเวณดังกล่าวคงเป็นชื่อแปลกใหม่และน่างุนงงว่ามันอยู่ส่วนไหนของโลกกันแน่สำหรับหลายๆคน เอาง่ายๆ ลองนึกถึงภาพเกาะนิวกินี ที่มีรูปร่างคล้ายนกหรือไดโนเสาร์ หันหัวไปทางประเทศฟิลิปปินส์ มีหางยืดยาวออกไปในมหาสมุทรแปซิฟิคทางด้านบนของออสเตรเลีย “ราชาอัมปัต” ตั้งอยู่ตรงบริเวณแถวๆหน้าผากของหัวนกหรือไดโนเสาร์ที่ว่านั่นเอง ฉันได้ที่พักเป็นโฮมสเตย์ชื่อน่ารักว่าลุมบาลุมบ้า (Lumba Lumba) บนเกาะมาซัวน้อย (Small Masuar) หนึ่งในเกาะเล็กๆของกว่า 400… Read More Homestay in Raja Ampat, West Papuan

Madres De Dios: Peruvian Amazon Jungle

ที่นี่ยังเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าและพรรณพืชจำนวนมหาศาล ในอุทยานฯ มีนกไม่ต่ำกว่า 800 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 200 ชนิด และพรรณพืชกว่า 15,000 ชนิด ซึ่งรวมไปถึงชาวพื้นเมืองอเมซอนที่กินอยู่ในป่าไม่ติดต่อกับโลกภายนอกด้วย… Read More Madres De Dios: Peruvian Amazon Jungle

Inland California: ดินแดนแห่งธรรมชาติอันหลากหลาย

มลรัฐแคลิฟอร์เนียมีพื้นที่กว้างไกลใหญ่โต เรียกว่าใหญ่เป็นอันดับสามในจำนวนรัฐต่างๆของสหรัฐอเมริกากันเลยทีเดียว หรือจะเทียบง่ายๆก็ประมาณ 80% ของพื้นที่ประเทศไทยนั่นล่ะ แน่นอนว่าความหลากหลายทางธรรมชาติย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก แต่ที่ฉันเห็นว่าน่าสนใจก็คือ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆที่ฉันได้ท่องเที่ยวอยู่ในตอนกลางของพื้นที่ในแผ่นดินด้านตะวันออกของรัฐ (ที่ไม่ติดมหาสมุทรแปซิฟิค) แห่งนี้ ฉันกับเจอสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน นี่แหละที่ทำให้ฉันเห็นว่าดินแดนแห่งนี้ช่างมีธรรมชาติที่หลากหลายเสียเหลือเกิน การเดินทางของฉันเริ่มจากอุทยานแห่งชาติอันเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปอย่างโยเซมิติ (Yosemite National Park) ซึ่งตั้งอยู่ประมาณกึ่งกลางของรัฐทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาเซียร่าเนวาด้า  ช่วงที่ฉันไปเยี่ยมเยือนเป็นช่วงต้นเดือนเมษายน ถนนหนทางต่างๆบางแห่งในขุนเขาแห่งนี้ ยังคงมีหิมะปกคลุมไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้ บริเวณที่สามารถเยี่ยมชมได้อย่างสวยงามในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นบริเวณที่เรียกว่าเป็นหุบเขาโยเซมิติ ฉันเข้าชื่นชมความงามโดยขับรถตามถนนเลียบไปตามลำน้ำเมอร์เซด (Mersed River) ที่ลัดเลาะเข้าไปในหุบเขาขนาบข้างด้วยภูเขาแท่งหินแกรนิตขนาดมหึมา น้ำตกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว Bridalveil Waterfall เป็นจุดแรกที่ฉันแวะเที่ยวชม เมื่อเดินเข้าไปทางเดินสั้นๆ ฉันก็ถูกปะทะด้วยละอองน้ำเย็นยะเยือกที่ปลิวมาตามแรงลมของน้ำตกที่ตกตรงดิ่งลงมาจากหน้าผาสูง ดูเผิ่นๆเหมือนน้ำตกจะเล็ก แต่เพราะภูมิประเทศอันเป็นกำแพงหินแกรนิตรอบข้างต่างหากที่ใหญ่โตเสียจนทำให้น้ำตกดูเล็กไปถนัดใจ ทั้งๆที่มีความสูงถึง 190 เมตร ไม่ไกลกันนักเป็นที่ตั้งตระหง่านของแท่งหินแกรนิตที่ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในโลก El Capital ที่ยอดมีความสูงอยู่ที่ 2,307 เมตร แท่งหินมโหฬารที่มีวิวัฒนาการการแข็งตัวอยู่ใต้ดินเมื่อหลายล้านปีก่อนที่จะดันทะลุพื้นขึ้นมาตั้งเด่นเป็นสง่าแห่งนี้เป็นที่ท้าทายของนักไต่หน้าผาที่ต้องการมาพิชิตที่นี่ให้ได้สักครั้งในชีวิต ลึกเข้าไปในหุบเขาฉันมีโอกาสได้ยลโฉมน้ำตกที่ได้ชื่อว่าสูงเป็นอันดับห้าของโลก อันได้แก่น้ำตกโยเซมิติซึ่งแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นบนและชั้นล่างรวมความสูง 739 เมตร ที่มีน้ำไหลแรงผ่านหน้าผาหินแกรนิตลงมาอย่างไม่ปรานีใคร และการจะมองเห็นน้ำตกแห่งนี้เต็มๆได้ คงต้องมองจากที่ไกลๆเท่านั้น หลังจากที่แวะสอบถามข้อมูลจากศูนย์บริการข้อมูลของอุทยานแห่งชาติ และทราบว่าหลายเส้นทางยังคงปิดอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว ฉันเลือกที่จะเดินไปตามทางเดินศึกษาธรรมชาติง่ายๆ… Read More Inland California: ดินแดนแห่งธรรมชาติอันหลากหลาย

Central California’s Coastline: มหัศจรรย์ธรรมชาติริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค

เมื่อกล่าวถึงแคลิฟอร์เนีย มลรัฐทางทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิคของสหรัฐอเมริกา คงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จัก ยิ่งสำหรับคนไทยด้วยแล้ว เมืองใหญ่อย่างลอสแองเจลิสยังมีคนไทยอาศัยอยู่มากมายจนเรียกกันว่าเป็นจังหวัดหนึ่งของเมืองไทยไปแล้ว มาคราวนี้ ฉันก็ขอตั้งต้นการเที่ยวแคลิฟอร์เนียแห่งนี้จากลอสแองเจลิสนี่แหละ แต่ขอออกตัวก่อนว่า ฉันจะไม่พาไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวในเมืองที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันดี แต่จะพาเลาะชมธรรมชาติอันมหัศจรรย์เลาะริมฝั่งแปซิฟิคกัน แน่นอนว่าเที่ยวตามใจฉันแบบนี้ จำเป็นต้องมีพาหนะส่วนตัว เนื่องจากจะแวะจะหยุดตามใจตัวเอง ไม่สามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวก ดังนั้น ก่อนไปฉันจึงต้องทำใบขับขี่สากลไว้ให้เรียบร้อย และเมื่อเช่ารถจากสนามบินได้แล้ว การเดินทางก็เริ่มต้นในทันที ฉันขับรถไปทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของลอสแองเจลิส อันมีเมืองตากอากาศอยู่ชิดติดทะเลชื่อดังที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป อันเนื่องมาจากอากาศที่อบอุ่น สายลม แสงแดดและหาดทรายยาวเหยียด แถมยังเป็นที่ตั้งของบ้านพักของดาราฮอลลีวู้ดหลายต่อหลายคน หาดมาลิบู (Malibu)เป็นสถานที่แห่งแรกที่ฉันได้แวะไปเยี่ยมเยือน ที่นี่มีป้ายริมถนนบอกว่าเป็น “27 Miles of Scenic Beauty” และด้วยความโชคดีอย่างเหลือล้น ฉันได้มีโอกาสเข้าพักที่บ้านรับรองของดารารุ่นเก๋าของฮอลลีวู้ด นั่นคือบ้านของ Dick Martin (อดีตดาราตลกชื่อดัง เสียชีวิตไปแล้ว) และภรรยา Dolly Martin (อดีตสาวบันนี่นิตยสารเพลย์บอยรุ่นแรกๆ) ฉันจึงมีโอกาสได้เดินริมหาดมาลิบูบริเวณบ้านดาราอย่างใกล้ชิด แม้ว่าลมที่ชายหาดและน้ำในมหาสมุทรจะเย็นเกินไปสำหรับฉัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันพลาดโอกาสที่จะได้เห็นแมวน้ำว่ายเล่นอยู่ในมหาสมุทร นกพีลีแกนสีน้ำตาล (Brown Pelican) และนกนางนวลหลายต่อหลายตัวบินข้ามหัว เมื่อหันหลังมองกลับมาทางฝั่ง เจ้าถิ่นก็ชี้ และอธิบายให้ฟังว่า แม้ว่าจะมีบ้านตั้งเรียงรายอยู่ แต่ก็มีกฏหมายคุมเข้มห้ามปลูกสิ่งก่อสร้าง… Read More Central California’s Coastline: มหัศจรรย์ธรรมชาติริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค

The Largest Living Thing on Earth

เขามีอายุประมาณ 2,200 ปี และก็ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน แม้เขาไม่ได้สูงที่สุดในโลก แต่ก็สูงถึง 84 เมตร และก็ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาตัวใหญ่ที่สุดในโลก คือมีน้ำหนักรวมลำต้นถึงประมาณ 1,256 ตัน (ตันนะ ไม่ใช่กิโลกรัม)…ใหญ่กว่าไดโนเสาร์ในอดีตกาล เขาบอกว่า ต้องเอาวาฬสีน้ำเงิน…สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก…มารวมกันสิบตัว ถึงจะมีน้ำหนักเท่าเขา… เขามีเส้นรอบวงที่ฐาน 31 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นที่ฐาน 11 เมตร ตรงเอวเขาที่ 54 เมตรขึ้นไปจากพื้นน่ะ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.2 เมตร General Sherman Tree คือชื่อของเขา…ต้น Sequoias ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขาเป็นต้นไม้ที่ออกลูกเป็น cone แบบต้นสนทั่วๆไป ในตระกูล Conifer เขาเป็นญาติๆกับสนไซเปรสที่ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆยักษ์ใหญ่ในป่า Sierra Nevada ที่แคลิฟอร์เนีย ที่ความสูงเกินกว่าพันเมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต้นไม้ชนิดอื่นๆรอบข้างดูเป็นต้นไม้แคระไปโดยปริยาย โดยมิต้องเอ่ยถึงมนุษย์ น่าตื่นเต้นที่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของเรา น่าทึ่งที่เขายืนยงคงกระพันมาเป็นพันๆปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่รู้เท่าไหร่ น่าชื่นชมที่เขาผ่านไฟป่ามาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ก็ยังทนทานมาได้ เพราะไฟป่าทำให้ลูกหลานเหลนโหลนของเขาได้เจริญเติบโตแตกหน่อออกมาได้… … น่าสลดที่มนุษย์ตัวเท่าขี้เล็บ อายุน้อยนิด กลับหึกเหิมคิดว่าตัวเองเก่งกล้า ยิ่งใหญ่… Read More The Largest Living Thing on Earth

โลมาที่รัก Dolphin Watch

เห็นว่าช่วงที่ผ่านมา กระแสวาฬบรูด้ามาแรง เลยนึกถึงบทรำพึงรำพันเก่าๆที่เขียนไว้เมื่อสองสามปีก่อน ลงในฮิห่า (Hi5) ที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เข้าไปเท่าไหร่ เลยก๊อปเอามาไว้ที่นี่…ให้รู้ว่า เมืองไทยยังมีดีอีกเยอะ…ไม่ต้องรอตามกระแส…ก็มีอะไรให้ดูจ้า… ได้มีโอกาสติดสอยห้อยตามนักวิจัยไปสำรวจโลมาที่ทะเลไทยแถวขนอมมา ชาวบ้านที่นั่น รู้ว่ามีโลมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น เป็นเวลานานมาแล้ว เลยร่วมกันก่อตั้งเป็นชมรม อนุรักษ์บ้านเกิด อนุรักษ์ชายฝั่ง อนุรักษ์โลมา… และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ชาวบ้านให้เช่าเรือหางยาว ที่ปรกติทำประมงชายฝั่ง พานักท่องเที่ยวออกไปชมโลมา… แน่นอนว่า ของแบบนี้ การันตีว่าจะเจอไม่ได้ แต่จากที่ฉันได้มีโอกาสออกไป ไปทุกวัน เจอทุกวัน จะมากจะน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง… โลมาที่เห็น มีสองชนิด โลมาหัวบาตร…หรือโลมาอิรวดี เจ้านี่ค่อนข้างขี้ระแวง ไม่ค่อยให้เรือเข้าใกล้ เจอแล้ว ดูเฉยๆ…อย่าต้อนเชียว เธอว่ายน้ำหนีทันที…อันนี้ชาวบ้านรู้ดี ไม่เอาเรือเข้าไปต้อน อีกโลมาหนึ่งคือโลมาสีชมพู ภาษาอังกฤษเรียกโลมาหลังค่อม Indo-Pacific Humpback Dolphin เจ้านี่ ยิ่งแก่ยิ่งน่าเกลียด จากสีเทากลายเป็นสีชมพูกระดำกระด่าง… แต่ค่อนข้างขี้เล่น…เรียกว่าถ้าเจอที ตามดู (ห่างๆ) ได้เป็นชั่วโมง ดำผุดดำว่าย ไปๆมาๆ ให้พินิจได้หนำใจ… บางครั้งบางคราว ยังกระโดดไล่ล่าปลาให้เห็นกันจะๆ ทั้งตัว โผล่ขึ้นมาจากน้ำ…สะใจ… Read More โลมาที่รัก Dolphin Watch

Harkidoon Trek

ประมาณว่าโดนบังคับให้ย้ายบล็อค โดยใช้คำสวยหรูว่า Upgrade…ก็เลยมาลงเอยที่หน้าตาใหม่ ที่อยู่ใหม่อันนี้…เลยขอประเดิมบล็อคใหม่ ด้วยการเอาเรื่องเก่าเก็บมาลงซะเลย…ก็หลายปีดีดักแล้วที่เขียนเรื่องนี้ไว้ (ยาวมาก) ตอนแรกส่งให้ บก. นิตยสารฉบับหนึ่ง เขารับไว้จะลงให้ แต่จู่ๆ กอง บก. ก็ยกแก๊งค์ลาออก เรื่องก็เลยหายไปกับสายลมและแสงแดด…รูปที่เอามาลงก็ไปขุดเอามาจากคลังเก่าๆ พยายามไม่ให้ซ้ำกับรูปที่ลงไว้ในภาคภาษาอังกฤษ (เขียนที่เดียวกัน แต่ประมาณคนละอารมณ์)…ตอนนั้นตั้งชื่อเรื่องไว้ว่า… การเดินทางสู่ฮากิดูน ทุ่งหญ้า สายน้ำและขุนเขาหิมะ คุณเคยไม่อาบน้ำเก้าวันไหม เก้าวันที่ต้องเดินเหนื่อยทั้งวันก่อนจะถึงที่พัก เก้าวันที่ใช่ว่าจะไม่มีน้ำให้อาบ แต่แหล่งน้ำแต่ละแห่งเย็นยะเยือกอยู่ที่ความสูงสามสี่พันเมตร เมื่อไม่มีแสงแดดสาดส่อง อากาศก็ลดลงเกือบแตะศูนย์หรือต่ำกว่านั้น ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ฉัน(หาเรื่อง) ไปเดิน trekking มา เป็นระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 95 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาเก้าวัน เมื่อนำมาคำนวณดูแล้ว คุณอาจคิดว่าก็แค่สิบกิโลต่อวันเท่านั้น เรื่องมันอยู่ที่ว่า มันไม่ใช่การ trekking ธรรมดาๆ หรือเดินอยู่ในที่ราบ แต่เป็นการ trekking ในที่สูง อันหมายความว่า เดินขึ้นเขาอยู่ที่ระดับความสูงเกินกว่าสามพันเมตร แม้จะไม่ทุกวัน แต่เดินแต่ละวันก็เฉียดๆระดับนั้น บางวันอาจแตะขึ้นไปถึงสามพันหกสามพันเจ็ด สิ่งแรกที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้คือ อากาศที่เบาบางกว่าพื้นราบ ออกซิเจนที่น้อยกว่า ทำให้ปอดต้องทำงานมากกว่า อันเป็นที่มาของการเหนื่อยง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ… Read More Harkidoon Trek