Inle Lake, Life on the Water

ฉันเดินทางมาถึงทะเลสาปอินเล (Inle Lake) ในช่วงวันออกพรรษาที่มีงานเทศกาลแห่พระทางเรืออันลือชื่อพอดี แม้ว่าพม่าเพิ่งจะเปิดประเทศได้ไม่นานและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่มีกฎระเบียบเข้มงวดแบบแต่ก่อน การแลกเงินไว้ใช้จ่ายก็ไม่จำเป็นต้องใช้ธนบัตรอเมริกันดอลลาร์ใหม่เอี่ยมอ่องไร้ตำหนิอีกต่อไป ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในยามนี้ ดูเหมือนว่าผู้คนที่มารวมตัวกันอยู่ในเมืองนองชเว (Nyaung Shwe) เมืองเล็กๆที่เป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทะเลสาปอินเล (Inle Lake) ทะเลสาปน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศพม่า ในเขตอำเภอตองยี รัฐฉาน แห่งนี้ ดูจะมีแต่คนพื้นเมืองอยู่อย่างมากมายหนาตา มากกว่านักท่องเที่ยวต่างถิ่นอย่างพวกเรามากนักชาวบ้านชาวเมืองพม่า ต่างมารวมตัวกันมากมายที่เมืองนี้ก็เพื่อร่วมเฉลิมฉลองงานบุญสำคัญของท้องถิ่น อันได้แก่งานแห่พระทางน้ำที่กินเวลาทั้งสิ้นเนินน่านเกือบสามอาทิตย์ ในวันที่ฉันไปถึง เริ่มมีการตั้งร้านรวงมากมายตามถนนสายหลักบริเวณรอบเจดีย์ยาดามาร์มะนอง (Yadamar Manaung)กลางเมือง บรรยากาศคล้ายงานวัดบ้านเรา เนื่องจากขบวนแห่เรือกำลังจะเดินทางมาถึงเมืองนี้ และมีการแห่พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์มาไว้ที่วัดนี้ให้ผู้คนได้นมัสการเป็นเวลาสามคืน ฉันได้ข่าวเมื่อตอนมาถึงว่าขบวนเรือได้เดินทางออกจากวัดพองเดาอู (Phaung Daw Oo Temple) ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปในช่วงเวลาปกติมาได้สี่ห้าวันแล้ว (งานเทศกาลนี้จึงมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Phaung Daw Oo Pagoda Festival ตามชื่อวัด) ขบวนเรือจะหยุดตามหมู่บ้านต่างๆให้ผู้คนได้นมัสการพระพุทธรูป ครึ่งวันบ้าง ค้างคืนบ้างแล้วแต่สถานที่ แต่ที่เมืองนี้จะหยุดอยู่นานที่สุดคือเป็นเวลา 3 วัน 3 คืนหลังจากเข้าที่พักเรียบร้อย ฉันสอบถามถึงเส้นทางแห่เรือที่จะมาที่นี่ และเดินไปที่ริมลำน้ำสายเล็กๆในเมืองที่ไหลต่อเนื่องเชื่อมกับทะเลสาป เพื่อติดต่อเรือยนต์ไปเที่ยวชมทะเลสาปและงานบุญในครั้งนี้สำหรับวันรุ่งขึ้น แล้วจึงออกเดินเที่ยวในตลาดวัดชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่องานบุญนี้… Read More Inle Lake, Life on the Water

Madres De Dios: Peruvian Amazon Jungle

ที่นี่ยังเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าและพรรณพืชจำนวนมหาศาล ในอุทยานฯ มีนกไม่ต่ำกว่า 800 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 200 ชนิด และพรรณพืชกว่า 15,000 ชนิด ซึ่งรวมไปถึงชาวพื้นเมืองอเมซอนที่กินอยู่ในป่าไม่ติดต่อกับโลกภายนอกด้วย… Read More Madres De Dios: Peruvian Amazon Jungle

Wondrous Peru’s Southern Coast: From Nazca to Paracas

ดินแดนที่มีทะเลทรายและมหาสมุทรประสานกลมกลืนเป็นทิวทัศน์ที่น่าอัศจรรย์ใจ แถมยังแฝงไว้ด้วยปริศนาของอารยธรรมโบราณให้ได้ค้นหา…… Read More Wondrous Peru’s Southern Coast: From Nazca to Paracas

Journey to the Sacred Valley of the Incas

ชาวอินคาที่เชื่อในวงโคจรและศาสตร์แห่งดวงดาวที่เชื่อมโยงมนุษย์กับฟากฟ้ายังถือว่าบริเวณหุบเขาและแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์นี้ ได้สะท้อนเส้นทางช้างเผือกบนท้องฟ้าลงมาสู่ภาคพื้นพิภพ …ที่นี่เป็นต้นกำเนิดของบุตรแห่งดวงอาทิตย์ บรรพบุรุษในตำนานของชาวอินคา…… Read More Journey to the Sacred Valley of the Incas

Destination Peru: Cusco and Its Vicinity

ก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งบนกำแพงที่ถูกตัดแต่ง ต่อกับหินก้อนอื่น ที่ถูกตัดให้มีถึง 12 มุมในก้อนเดียว ตรงบริเวณที่เคยส่วนหนึ่งของราชวังของอินคาเมื่อได้ดูใกล้ๆก็ให้เกิดความงุนงงสงสัยขึ้นมาทันทีว่า คนโบราณเขาตัดก้อนหินแบบนี้ได้อย่างไร… Read More Destination Peru: Cusco and Its Vicinity

A Small Picturesque Village of Zaanse Schans

หมู่บ้านประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำซาน (Zaan) แม่น้ำสายเล็กๆที่เชื่อมระบบคูคลองต่างๆของภูมิภาคซาน (Zaan District) ในจังหวัดฮอลแลนด์เหนือ ไม่ไกลจากกรุงอัมสเตอร์ดัมมากนัก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันลือชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของเนเธอร์แลนด์ ว่ากันว่ามีนักท่องเที่ยวมาเยือนพื้นที่เล็กๆแห่งนี้ถึงปีละเกือบๆล้านคน และฉันเชื่อแน่ว่าเกินกว่า 90% ของนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ มาเยือนเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆเป็น Day Trip หรืออาจจะเป็นเพียงแค่ Half-day Trip เท่านั้นเอง เนื่องจากหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง เพียงแค่ 20 นาทีโดยทางรถไฟจากสถานีอัมสเตอร์ดัมเซ็นเตอร์ หรือจะเดินทางโดยเรือโดยสารที่มีเปิดบริการในฤดูร้อน หรือมาตามถนนก็แสนสะดวกสบายมีที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวบริการ อย่างไรก็ดี สำหรับคนต่างถิ่นที่เช่ารถขับอย่างฉัน กลับเลือกที่จะแวะพักที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ แล้วนั่งรถไฟไปเที่ยวในเมืองหลวงแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการขับรถเข้าไปในเมืองหลวงอันแสนวุ่นวายและสับสนสำหรับผู้ไม่คุ้นเคย แม้จะมีเวลาเพียงไม่กี่วัน  แต่การได้เดินเล่นในหมู่บ้านที่ชื่อ “ซานสคันส์ (Zaanse Schans)” แห่งนี้ ในช่วงเวลาที่เงียบสงบในช่วงเช้าตรู่และพลบค่ำ ย่อมให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากช่วงเวลากลางวันที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากนานาชาติที่มาเที่ยวชมความงามและความน่ารักของหมู่บ้านที่มีผู้กล่าวว่า รวมเอาความเป็นเนเธอร์แลนด์แท้ๆเอาไว้ให้ได้เห็นและสัมผัสในที่เดียว                 เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะซานสคันส์ หมู่บ้านในเขตเทศบาลเมืองซานสตัด (Zaanstad) แห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่ได้มีการโยกย้ายเอากังหันลมแบบดั้งเดิมขนาดใหญ่ใช้งานได้จริง บ้านและอาคารเก่าๆในรูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นของภูมิภาคซานจากที่ต่างๆ ที่มีอายุอานามถึงกว่า 200-400 ปีมารวบรวมไว้ด้วยกัน ในช่วงทศวรรษ 1970 เพื่อเป็นการอนุรักษ์บ้านเรือนโบราณที่ยังเหลือกระจัดกระจายตามที่ต่างๆ และกำลังถูกคุมคามจากความเจริญ… Read More A Small Picturesque Village of Zaanse Schans

Challenging the Altitude in Ladakh (2)

หลังจากชิมลางกับความสูงห้าพันเมตรต้นๆมาแล้ว ฉันกลับมาตั้งต้นที่เมืองเลห์ เมืองหลวงของลาดักห์อีกครั้ง ถึงตอนนี้ความสูง 3,500 เมตรของหนึ่งในดินแดนที่สูงที่สุดและแห้งแล้งที่สุดแห่งนี้ ไม่สร้างปัญหาให้ฉันเหมือนวันแรกๆที่มาถึงอีกต่อไป การเดินช้อปปิ้งหาซื้อของพื้นเมือง และของที่ระลึกต่างๆที่นี่ จึงเป็นสิ่งที่น่ารื่นรมย์กว่าช่วงวันสองวันแรก เมืองเลห์ถือเป็นศูนย์กลางของแคว้นที่จะเดินทางต่อไปยังเส้นทางอื่น เมื่อเปิดแผนที่กางออกดูแล้ว ฉันเห็นว่ายังมีอีกสองเส้นทางหลักที่ฉันยังไม่ได้ไปเยี่ยมเยือน หนึ่งคือถนนสายตะวันตกที่ต่อเชื่อมไปยังแคว้นแคชเมียร์ และสองคือเส้นทางสู่ทิศเหนือของลาดักห์ไปสู่หุบเขานูบร้าที่เชื่อมต่อไปยังจีน ฉันเลือกเดินทางสู่เส้นทางสายทิศตะวันตกก่อน แม้ว่าทางสายนี้จะเป็นเส้นทางดั้งเดิมที่เชื่อมต่อไปยังแคชเมียร์และดินแดนต่างๆของเอเชียกลางได้ แต่ฉันเลือกที่จะเดินทางไปไกลเพียงพอที่จะไปกลับได้เพียงหนึ่งวันเท่านั้น เนื่องจากต้องการใช้เวลาในลาดักห์ให้เต็มที่ ถนนราดยางค่อนข้างดีสายนี้ ลัดเลาะไปตามแม่น้ำสินธุ ที่ถือกำเนิดมาจากเทือกเขาหิมะ ภูมิประเทศระหว่างเส้นทางงดงามแปลกตา จนต้องขอหยุดถ่ายรูปเป็นพักๆ จนมาถึงจุดชมวิวแม่น้ำสองสายบรรจบกัน โดยแม่น้ำสินธุ (Indus) สายหลักมีสีใสกว่า ในขณะที่แม่น้ำซันสการ์ (Zanskar) มีสีโคลนขุ่นสีน้ำตาล ถือเป็นจุดของการบรรจบกันอย่างงดงามโดยมีวิวทิวเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง ก่อนที่จะไหลรวมเป็นหนึ่งเดียวต่อไปเป็นแม่น้ำสินธุ ในบริเวณที่เรียกว่านิมู (Nimu) การเดินทางลดเลี้ยวไปตามถนนยังคงดำเนินต่อไป ไปหยุดแวะพักจริงๆอีกครั้งก็ที่เมือง Alchi ซึ่งห่างจากเลห์มาประมาณ 67 กิโลเมตร อันเป็นที่ตั้งของวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งสร้างขึ้นโดยคุรุรินเชนซางโป และดูเหมือนจะวัดแห่งเดียวในลาดักห์ที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนเขา การเดินเข้าชมวัดแห่งนี้ จึงไม่ยากลำบากเกินไปนัก แถมยังเดินผ่านหมู่บ้านที่มีต้นไม้และสายน้ำเล็กๆทอดตัว ดูร่มรื่นเป็นอย่างยิ่ง ตัววัดแบ่งเป็นตัวอาคารสามหลัง ประกอบกับสถูปเจดีย์เรียงราย ดูเก่าขรึมและขลังเพราะสร้างมาเกือบพันปีที่แล้ว มีภาพเขียนสีที่เก่าแก่และงดงามมากๆ (ขอย้ำอีกครั้งว่าสวยมาก) ภายใน (แต่ห้ามถ่ายรูป) รวมถึงรูปปั้นและเครื่องไม้แกะสลักเก่าแก่จากแคชเมียร์… Read More Challenging the Altitude in Ladakh (2)