Weda Bay, Halmahera
Diving and birding paradise in Weda Bay, Halmahera Island, North Maluku.… Read More Weda Bay, Halmahera
Diving and birding paradise in Weda Bay, Halmahera Island, North Maluku.… Read More Weda Bay, Halmahera
Luoyang (ลั่วหยาง) เป็นหนึ่งในเมืองหลวงเก่าแก่อันยิ่งใหญ่ของจีนมาตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ปัจจุบันตั้งอยู่ในมณฑลเหอหนาน (Henan)ของจีน แต่สิ่งที่แสดงถึงอารยธรรมสูงสุดของ Luoyang โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงยุคที่พุทธศาสนาเริ่มเจริญเฟื่องฟูมากในจีน โดยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมการแกะสลักพระพุทธรูปบนหน้าผาหินปูนตามโพรงถ้ำต่างๆมาจากทางอินเดีย คือ Longmen Grottoes หรือที่คนไทยเรียกว่าถ้ำผาหลงเหมิน โดยแปลความหมายตามตัวอักษรได้ว่า “ถ้ำผาประตูมังกร” เพิงผาถ้ำบนภูเขา Longmen (หลงเหมิน) ทางทิศตะวันตกและภูเขา Xiangshan (เซียงซาน) ทางทิศตะวันออก ขนาบสองข้างทางของลำน้ำ Yi (อี้) ที่เต็มไปด้วยพระพุทธรูปแกะสลักแห่งนี้ เปรียบได้เป็นประตูแห่งความอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ที่เปิดเข้าสู่เมือง Luoyang ทางทิศใต้ ด้วยความเจริญก้าวหน้าของจีนในยุคปัจจุบัน ทำให้ฉันสามารถเดินทางไปเที่ยวถ้ำผามรดกโลกอันยิ่งใหญ่แห่งนี้จากเมือง Xian (ซีอาน) ที่ห่างออกไปประมาณ 400 กิโลเมตรแบบวันเดียวกลับได้อย่างสบายๆ โดยใช้บริการรถไฟความเร็วสูงของการรถไฟจีน ซึ่งใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาทีเท่านั้นก็ถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงแห่งเมือง Luoyang จากนั้นก็นั่งแท็กซี่ต่อไปยัง Tourist Center ของถ้ำผาหลงเหมินได้ภายในเวลา 15 นาที ปัจจุบัน รถทุกคัน นักท่องเที่ยวทุกคนจะมาเริ่มต้นที่ศูนย์ฯแห่งนี้ ซึ่งห่างจากตัวปากทางเข้าถ้ำผาจริงๆประมาณ 2 กิโลเมตร… Read More Longmen Grottoes: ถ้ำผาประตูมังกรแห่ง Luoyang
ฉันได้มีโอกาสไปดูนกเค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Blakiston’s Fish Owl (แปลเป็นไทยน่าจะได้ว่า นกทึดทือบลาคิสตัน) มาที่เมือง Rausu บนเกาะ Hokkaido ของญี่ปุ่น โดยไปใช้บริการสถานที่ดูนก/ที่พักที่ Washi no Yado (鷲の宿) ซึ่งมีลักษณะเป็น Minshuku หรือ B&B แบบญี่ปุ่น ที่นี่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นที่ที่สามารถดูนกล่าเหยื่อขนาดใหญ่ที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลกชนิดนี้ได้ง่ายดายที่สุดแล้วในญี่ปุ่น และก็เป็นที่รู้จักกันมายาวนานสำหรับนักดูนกญี่ปุ่นและนักดูนกต่างชาติ เพราะอะไรจะสบายขนาดดูนกได้จากห้องนอน! ถ้าคิดจะมาที่นี่ก็ต้องติดต่อเจ้าของสถานที่จองที่นั่งใน Observation Cabin (3,000 เยน) หรือจะเข้าพักที่นี่ก็ได้ โดยค่าที่พักจะรวมอาหารเย็นและอาหารเช้าด้วย (9,000 เยน) ราคา ณ ปี 2018 อย่างไรก็ดี ถ้าจะพักที่นี่ ที่ดีที่สุดคือได้ห้องติดด้านลำห้วยที่นกมาลง เพราะสามารถดูนกจากห้องตัวเองได้เลย ถ้าได้ห้องอื่นที่มองไม่เห็นลำห้วย ก็ต้องไปนั่งดูใน Observation Cabin แทน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่จำนวนคนเข้าพักและใครมาก่อนมาหลัง อย่างฉันเข้าไปพักคนเดียว ก็เลยได้ห้องด้านในที่มองไม่เห็นลำห้วย เป็นห้องหกเสื่อเล็กๆ มีเครื่องทำความร้อน ที่นอน โทรทัศน์ (ซึ่งฉันไม่ได้ใช้) ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวมด้านนอก… Read More ว่าด้วยเรื่อง Blakiston’s Fish Owl ที่ Washi no Yado, Rausu, Hokkaido
ครั้งนี้มาแปลกกันสักนิด เนื่องจาก Xi’an (ซีอาน) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาก และมีโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์หลายต่อหลายแห่งที่แนะนำกันเป็นเล่มก็คงไม่หมด เนื่องเพราะซีอานเป็นเมืองหลวงเก่าของจีนมาตั้งแต่ 3000 ปีก่อนและเป็นเมืองหลวงต่อเนื่องกันมายาวนานถึงเป็นพันปี 13 ราชวงศ์ 73 จักรพรรดิ เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของจีนและของโลกเลยทีเดียว ถือเป็นรากเหง้าของวัฒนธรรมจีนอันยิ่งใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจในปัจจุบัน ซีอานมีชื่อเดิมว่า Chang’an (ฉางอัน) ซึ่งแปลว่า “ความสงบสุขชั่วนิรันดร์” ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของมณฑล Shannxi (ซานซี) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของแม่น้ำเหลืองทางภาคเหนือของประเทศจีน ตัวเมืองมีความทันสมัย เป็นที่ตั้งของห้างหรูใหญ่โตหลายแห่ง มีกันแทบทุกแบรนด์เนม และเป็นแหล่งธุรกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ อย่างไรก็ดี คราวนี้ ฉันขอแนะนำซีอานในแบบที่ฉันพาตัวเองไปสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในอีกรูปแบบหนึ่ง และฉันคิดว่ามันดี จึงขอมาแนะนำกันตรงนี้กับ 5 สิ่งห้ามพลาดเมื่อได้ไปถึงซีอาน ที่แรกที่ฉันขอแนะนำว่ามาซีอานแล้วต้องไป คือ Muslim Quarter เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวจีนมุสลิมที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง คนที่นี่จะขายของกินเสียมากกว่า มีตั้งแต่ถั่วตัด พริก เครื่องเทศ ก๋วยเตี๋ยว ไปจนถึงเบอร์เกอร์แบบจีน (แป้งขนมปังยัดไส้เนื้อ) ที่มีคนต่อแถวซื้อกันยาวเบื้อย น้ำทับทิม โยเกิร์ต เกี๊ยวนึ่ง ฯลฯ ที่ตั้งเป็นแนวตลอดสองข้างทาง ที่น่าสนใจคือหลายๆร้านจะสาธิตวิธีทำให้ดูกันหน้าร้านด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องโม่หินยักษ์ขนาดใหญ่โม่พริกสีแดงๆ… Read More Five Things I do in Xi’an
Haskovo ตั้งอยู่ในที่ราบระหว่างแนวเทือกเขา Rhodopi (โรโดปิ) และ Balkan (บอลข่าน) ใกล้กับชายแดนประเทศตุรกีและกรีซ แหล่งวัฒนธรรมโบราณของชาวเทรเชียน (Thracian) บนดินแดนที่เรียกกันในอดีตว่า Thrace (เทรส)… Read More Bulgaria Experience III: This is Haskovo!
ไม่ไกลจากเมืองโซเฟีย เมืองหลวงของประเทศบัลแกเรีย เป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมเจ๋งๆอยู่สองแห่ง หนึ่งอยู่แค่บนเชิงเขาชานเมืองหลวง อีกหนึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณร้อยกว่ากิโลเมตรทางทิศใต้ ทั้งสองแห่งสามารถรวบเที่ยวได้ภายในวันเดียวหากมีเวลาไม่มากนักจึงตอบโจทย์การหาที่เที่ยวแบบ Day Trip ที่ฉันต้องการออกนอกเมืองหลวงไปดูชนบทของบัลแกเรียบ้างได้เป็นอย่างดี ฉันมุ่งหน้าไปทางเขาที่สูงกว่า 2,000 เมตรที่สามารถมองเห็นได้จากในเมืองหลวงอย่างโซเฟียทางด้านใต้ เทือกเขาอันสูงใหญ่ที่ชื่อ Vitosha (วิโตชา) นี้ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองโซเฟีย ภูเขาแห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยป่าสนและเป็นที่เดินเขาชั้นดีและที่เล่นสกีชั้นยอดของชาวบัลแกเรีย และที่สำคัญ ณ บริเวณเชิงเขาที่ยังอยู่ในเขตชานเมืองแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์เล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีความสำคัญถึงกับได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก Boyana Church (โบสถ์โบยาน่า) โบสถ์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในเงาไม้ของหมู่บ้านเล็กๆชื่อ Boyana เมื่อฉันเสียเงินซื้อตั๋วที่หน้าประตูเดินเข้าไปด้านในสวนอันเป็นที่ตั้งของตัวโบสถ์ ตัวเองยังงงๆอยู่ว่าโบสถ์มรดกโลกที่ว่านั่นอยู่ไหน? เพราะดูจากด้านนอกแล้วเหมือนเป็นโบสถ์ที่สร้างจากอิฐจากปูนแบบหยาบๆ ที่ดูธรรมดาๆ ไม่สวยงามเอาเสียเลย ตัวโบสถ์ทางด้านนอกนั้น เห็นได้ชัดว่าแบ่งออกเป็น 3 ส่วนที่ถูกสร้างขึ้นคนละยุคคนละสมัย ส่วนแรกอยู่ด้านในสุดทางทิศตะวันออกสร้างในสมัยปลาย ศต. ที่ 10 ต่อเนื่องไปถึง ศต.ที่ 11 ส่วนกลางสร้างใน ศต.ที่ 13 และส่วนสุดท้ายด้านนอกที่เป็นทางเข้าสร้างเพิ่มเติมในสมัย ศต.19 เพื่อต้องการขยายโบสถ์ให้ใหญ่ขึ้น ทั้งสามส่วนดูจากด้านนอกไม่ได้มีความประสานลงตัวหรือสวยงามอะไรเลย ตัวโบสถ์มีขนาดเล็กมากและจำกัดจำนวนคนเข้าชมด้านในได้เป็นกลุ่มๆครั้งละไม่กี่คน โชคดีที่ฉันไปถึงแต่เช้า เลยไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวเข้าชม เพราะได้เดินเข้าไปเป็นกลุ่มแรกๆ… Read More Bulgaria Experience II: World Heritage Day Trip
ใต้เมืองหลวงอันทันสมัยแห่งนี้ มีซากอารยธรรมเดิมของยุคโรมันโบราณอยู่ การลงปั้นจั่นสร้างตึกทุกครั้งจะเจอกับซากโบราณสถานของโรมันอยู่บ่อยๆ และแผนการสร้างระบบรถไฟฟ้าใต้ดินเมื่อไม่กี่ปีก่อน ก็ทำให้พบซากเมืองโบราณทั้งเมืองอยู่ใต้ถนนใจกลางเมืองของโซเฟียนั่นเอง… Read More Bulgaria Experience: Sofia Walk
เมื่อนึกถึงการเข้าป่าและชมสัตว์ป่าในประเทศบราซิล ฉันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงแต่คำว่าป่าอเมซอน บริเวณป่าฝนเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์ของทวีปอเมริกาใต้ คงมีน้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยได้ยินคำว่า Pantanal (ปันตานัล) ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว Pantanal เป็นพื้นที่ที่สามารถพบเห็นสัตว์ป่าของทวีปอเมริกาใต้ได้ง่ายดายยิ่งกว่าการไปเสาะหาในเขตป่าอเมซอนเสียอีก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะป่าอเมซอนเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมอยู่มากมาย อีกทั้งพื้นที่สูงๆต่ำๆ ต้องบุกป่าฝ่าดงเข้าไปหาชมสัตว์ป่าหายาก แต่สำหรับ Pantanal แล้ว ปัจจัยหลายๆอย่างของพื้นที่ ทำให้มีโอกาสที่จะเห็นตัวสัตว์ป่าหายากได้ง่ายกว่าป่าอเมซอนหลายเท่านัก ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? เรามาทำความรู้จักกับ Pantanal กันก่อนดีกว่า Pantanal คือชื่อเรียกพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ประมาณกึ่งกลางของทวีปอเมริกาใต้ โดยสภาพพื้นที่เป็นเหมือนแอ่งกระทะท้องแบนสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 80-150 เมตร โอบล้อมด้วยพื้นที่สูงกว่าที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำ ลำธารเป็นร้อยๆสายที่ต่างไหลลงสู่แอ่งที่ราบอันกว้างใหญ่ของ Pantanal บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนของแม่น้ำปารากวัย Pantanal กินอาณาบริเวณกว้างใหญ่มหาศาลโดยมีพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 170,000 ตารางกิโลเมตร ขนาดของพื้นที่ย่อลงและขยายตามปริมาณน้ำฝนในแต่ละปี (140,000-210,000 ตารางกิโลเมตร) นั่นหมายความว่า Pantanal มีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศโปรตุเกส หรือประมาณ 2 ใน 3 ของเกาะอังกฤษ! โดยพื้นที่ 80% อยู่ทางทิศตะวันตกตอนกลางของประเทศบราซิล ในรัฐ Mato Grosso (มาโตกรอสโซ่) และรัฐ Mato Grosso… Read More The Pantanal of Brazil: the Largest Wetland Wildlife Sanctuary
Beautiful Bonito, the Sustainable Tourism Model of Brazil ข่าวคราวเรื่องเสือจากัวร์หลุดจากโซ่ล่ามถูกยิงตายระหว่างพิธีวิ่งคบเพลิงโอลิมปิคในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประเทศบราซิล เจ้าภาพโอลิมปิคที่กำลังจะมาถึงเสียชื่อไปไม่น้อย ฉันเชื่อเหลือเกินว่า ไม่ใช่แต่ชาวโลกเท่านั้นที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ชาวบราซิลด้วยกันเองที่เอาใจใส่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์คงจะหัวเสียไปตามๆกัน โดยเฉพาะชาวเมือง Bonito (โบนิโต้) เมืองเล็กๆในทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐ Mato Grosso Do Sul (มาโตกรอสโซ่โดซัล) มลรัฐหนึ่งของบราซิลที่ติดชายแดนปารากวัยและโบลิเวีย เหตุเพราะ Bonito เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรไม่ถึงสองหมื่นคนแห่งนี้ เติบโตและมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ในระดับโลกได้ ก็ด้วยเรื่องของการบริหารการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืนของคนในพื้นที่ ที่เป็นแบบอย่างให้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆแห่งของบราซิลและของโลกเลยทีเดียว อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า Bonito เป็นเมืองเล็กๆที่แทบเรียกได้ว่า มีถนนหลักๆที่เป็นที่ตั้งของแทบทุกสิ่งทุกอย่างตรงกลางอยู่เส้นเดียวเท่านั้น แต่ที่นี่เป็นเมืองศูนย์กลางที่มีที่พักรองรับสำหรับตอบสนองการท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยรอบรัศมีประมาณ 60 กิโลเมตรถึง 40 กว่าแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับลำน้ำที่ใสสะอาด น้ำตก ทะเลสาบ ถ้ำ เพิงผา และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเมืองนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ราบสูง Bodoquena (โบโดเกอน่า) ที่อุดมไปด้วยเขาหินปูนและป่าทุ่งหญ้าสะวันนาเขตร้อนของบราซิลที่เรียกว่า Cerrado (เซอร์ราโด้) ทันทีที่ฉันมาถึงรีสอร์ทที่พักท่ามกลางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ชานเมือง ก็ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวของนกแก้วต่างๆแถวหน้าห้อง พอออกมาดูจึงเห็นว่าเป็นนกแก้ว… Read More Brazil’s BONITO!
“สถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้า” “การดำรงรักษาไว้ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปได้ จากความสวยงามสู่ความเป็นเลิศ จากความงดงามสู่ความเป็นสุดยอด” และ “พืชพรรณที่ไม่มีที่ใดเทียบเทียม” (André Rebouças) … Read More Iguazu Falls