Harkidoon Trek

ประมาณว่าโดนบังคับให้ย้ายบล็อค โดยใช้คำสวยหรูว่า Upgrade…ก็เลยมาลงเอยที่หน้าตาใหม่ ที่อยู่ใหม่อันนี้…เลยขอประเดิมบล็อคใหม่ ด้วยการเอาเรื่องเก่าเก็บมาลงซะเลย…ก็หลายปีดีดักแล้วที่เขียนเรื่องนี้ไว้ (ยาวมาก) ตอนแรกส่งให้ บก. นิตยสารฉบับหนึ่ง เขารับไว้จะลงให้ แต่จู่ๆ กอง บก. ก็ยกแก๊งค์ลาออก เรื่องก็เลยหายไปกับสายลมและแสงแดด…รูปที่เอามาลงก็ไปขุดเอามาจากคลังเก่าๆ พยายามไม่ให้ซ้ำกับรูปที่ลงไว้ในภาคภาษาอังกฤษ (เขียนที่เดียวกัน แต่ประมาณคนละอารมณ์)…ตอนนั้นตั้งชื่อเรื่องไว้ว่า… การเดินทางสู่ฮากิดูน ทุ่งหญ้า สายน้ำและขุนเขาหิมะ คุณเคยไม่อาบน้ำเก้าวันไหม เก้าวันที่ต้องเดินเหนื่อยทั้งวันก่อนจะถึงที่พัก เก้าวันที่ใช่ว่าจะไม่มีน้ำให้อาบ แต่แหล่งน้ำแต่ละแห่งเย็นยะเยือกอยู่ที่ความสูงสามสี่พันเมตร เมื่อไม่มีแสงแดดสาดส่อง อากาศก็ลดลงเกือบแตะศูนย์หรือต่ำกว่านั้น ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ฉัน(หาเรื่อง) ไปเดิน trekking มา เป็นระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 95 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาเก้าวัน เมื่อนำมาคำนวณดูแล้ว คุณอาจคิดว่าก็แค่สิบกิโลต่อวันเท่านั้น เรื่องมันอยู่ที่ว่า มันไม่ใช่การ trekking ธรรมดาๆ หรือเดินอยู่ในที่ราบ แต่เป็นการ trekking ในที่สูง อันหมายความว่า เดินขึ้นเขาอยู่ที่ระดับความสูงเกินกว่าสามพันเมตร แม้จะไม่ทุกวัน แต่เดินแต่ละวันก็เฉียดๆระดับนั้น บางวันอาจแตะขึ้นไปถึงสามพันหกสามพันเจ็ด สิ่งแรกที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้คือ อากาศที่เบาบางกว่าพื้นราบ ออกซิเจนที่น้อยกว่า ทำให้ปอดต้องทำงานมากกว่า อันเป็นที่มาของการเหนื่อยง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ… Read More Harkidoon Trek

Wallacea III Silangoli in Halmahera

กลับมาเล่ากันต่อ…หลังจากที่เอาคลิปปลากระเบนราหูมาขั้นจังหวะ เปลี่ยนอารมณ์ ฮาลมาเฮร่าเป็นเกาะอีกเกาะหนึ่งที่อยู่ในเขตหมู่เกาะ Molucca แล้ว เหตุผลที่มาที่นี่…? ก็เพื่อเจ้าปักษาสวรรค์ตัวแรกในชีวิต ที่ (หวังว่า) จะได้เห็นไง ก่อนมาที่นี่ ก็พยายามหาข้อมูลการเดินทางเต็มที่ แต่แทบทุกคณะดูนกมาที่นี่โดยใช้บริการทัวร์ทั้งน้าน… แล้วเรื่องราคาก็ไม่ต้องพูดถึงอ่ะ…แพงกระชูด เรื่องของเรื่องคงเป็นเพราะ คนที่นี่ฟังและพูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้ การทำอะไรก็เลยต้องลำบากพอสมควร ถ้าพูดภาษาของเขาไม่ได้… แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรา (ฉันกับคุณ MDR) ก็ตัดสินใจ…ลุย…มาเองเลย โดยมีคุณโลกาว้าเหว่ (Lonely Planet) กับรายงานดูนกของคนอื่นๆเป็นไกด์ไลน์ เริ่มจากนั่งเครื่องจากมานาโดมาที่เกาะเทอนาเต้ Ternate ก่อนจะต่อเรือข้ามมาที่เมือง Silanggoli บนเกาะฮาลมาเฮร่านี่หล่ะ ที่พัก ก็เปิดเอาจากคุณโลกาว้าเหว่ Walk-in กันเลย ไม่มีการจอง…ใจกล้าจริงๆนะเรา อุปสรรคแรก จากสนามบินที่เทอนาเต้ไปท่าเรือ พวกเราเรียกแท็กซี่ที่สนามบินที่โก่งราคามหาโหด ทั้งๆที่สนามบินออกห่วยแตกขนาดนั้น แท็กซี่ผีจับกลุ่มโก่งราคาเท่ากันหมด…โอ…ชีวิต…หลังจากที่เดินหนีไปสองรอบ ไม่รู้จะไปทางไหนดี จู่ๆ ก็มีคนรับข้อเสนอที่ฉันต่อราคาลงครึ่งหนึ่ง (ซึ่งก็ยังแพงอยู่ดีแต่ช่วยไม่ได้) เพิ่งมารู้ที่หลังว่า พี่แก รับผู้หญิงคนรู้จักคนหนึ่งขึ้นไปแล้ว สรุปว่า…แกมารับคนนี่เอง หารายได้พิเศษโดยรับพวกนักท่องเที่ยวเข้าเมืองไปด้วยเลย…ทั้งๆที่พูดภาษาอังกฤษกันแทบไม่รู้เรื่อง ก็แค่ราคายังต้องเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดตัวเลขเลยอ่ะ… อุปสรรคที่สอง เมื่อไปถึงท่าเรือข้ามไปเกาะ โดนโก่งราคาอีกแล้วตรู…ราคาแพงกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาสองหมื่นรู… Read More Wallacea III Silangoli in Halmahera

Wallacea II Tangkoko

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์มาเล่าเรื่องราวต่ออีกแล้ว…(งานยังไม่เข้าเช่นเคย…)      คืนก่อนสุดท้ายที่สิ้นสุดแพ็คเกจดำน้ำ ฉันกับ MDR ก็เริ่มร้อนก้น ว่าเราจะทำอย่างไรกันต่อดี เพราะทริปหลังจากนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นจริงเป็นจังเป็นรูปเป็นร่างกันเลย ว่าจะเดินทางกันยังไง นอนที่ไหน ฯลฯ แน่นอนว่าการวางแผนคร่าวๆว่าจะไปไหนนั้น คิดๆกันไว้แล้ว ตั้งแต่ก่อนออกจากเมืองไทย แต่ทุกอย่างอยู่ในกระดาษ…หมายความว่า หาข้อมูลต่างๆจากเน็ทแล้วก็พิมพ์ออกมาไว้ในกระดาษ กับหนังสือไกด์บุ๊คอีกหนึ่งเล่ม แต่ในความเป็นจริงคือ ไม่ได้จองอะไรไว้เลย…อ่ะนะ… รู้แต่ว่า จุดหมายปลายทางต่อไปของพวกเราคือป่าแทงโกโก้ (ชื่อเต็มๆว่า Tangkoko-Batuangas Dua Saudara Nature Reserve) ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลห่างจากเมืองมานาโดนัก ประมาณร้อยกว่ากิโล ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จริงมันก็อยู่ใกล้ๆกับช่องแคบเลมเบ้ที่พวกเรานั่งรถไปลงเรือดำน้ำกันเมื่อวันก่อนนั่นล่ะ…ระยะทางอาจดูว่าน้อย แต่จากถนนหนทางบนเกาะและความคดเคี้ยวของพื้นที่นั้น ต้องใช้เวลากัน 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว..      ป่าแทงโกโก้ เป็นป่าค่อนข้างสมบูรณ์ที่อยู่ใกล้เมืองใหญ่ๆแบบมานาโด ถ้าไปดูตามเอเจนซี่ท่องเที่ยว หรือแม้แต่ในรีสอร์ทเอง เขามีทริปไปกลับภายในวันเดียวได้ โดยเป้าหมายหลักคือการไปดูน้องเกรมลิน Tarsia รุ่นที่ตัวเล็กที่สุดในโลกในป่าแห่งนี้ แต่มีหรือที่เราจะไปวันเดียวกลับ ก็ในเมื่อตั้งใจจะไปดูนกที่นั่นนี่นะ อย่างน้อยต้องสองสามวันอยู่แล้ว…แล้วจะไปกันยังไง? ทางเลือกแรกคือก็ออกจากรีสอร์ทที่เราอยู่ไปในเมือง นั่งรถประจำทางไปต่ออีกสองสามทีก็จะถึงหมู่บ้านเล็กๆติดกับป่าแห่งนี้…ลำบากไปมั้ง ฮ่า ฮ่า เหมารถไปเลยดีกว่า มารับที่รีสอร์ท ส่งถึงหน้าที่พักที่นั่น (ซึ่งยังไม่รู้ว่าที่ไหน)… Read More Wallacea II Tangkoko

Wallacea 1 Sulawesi

แฮ่ม ได้ฤกษ์มาเขียนสักที ในที่สุดก็ว่างงานมากจนไม่รู้จะทำอะไร …เขียนบทความดีกว่า… ทริปสุลาเวสี ที่เอารูปมาลงให้ดูสามเซ็ทนั้น มันเริ่มมาจากจุดเริ่มต้นแรกคือ เจอตั๋วโปรโมชั่นแบบถูกพอรับไหวของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ไปกลับกรุงเทพฯ-มานาโด หมื่นห้าน่ะ (รวมหมดแล้ว)…ความมุ่งหมายแรกก็เลยเน้นไปที่การดำน้ำแถวๆนั้น…แล้วไหนๆจะไปแล้วทั้งที ดูนกมันเลยด้วยดีกว่า…การเตรียมการเรื่องทริปจึงเริ่มขึ้น หลังจากเกลี้ยกล่อม MDR ผู้ร่วมเดินทางได้เป็นที่เรียบร้อย ฮ่า ฮ่า เรื่องดำน้ำที่ มานาโด (Manado) นี่ ไม่มีปัญหา แพ็คเกจดำน้ำรวมที่พัก อาหาร รับส่งสนามบิน มีอยู่เต็มไปหมด หลังจากเพียรหาตามเน็ทสองสามวัน ก็ได้รีสอร์ทน้องใหม่เปิดมาได้ไม่กี่ปี ไม่ใกล้ไม่ไกลตัวเมืองมานาโดนักชื่อ La Rascasse (เจ้าของเป็นคนฝรั่งเศสน่ะ เขาบอกว่าคำนี้ แปลว่าปลาชนิดหนึ่ง ประมาณว่าปลาสิงโตที่สามารถพบได้ที่ฝรั่งเศส) มา ที่เลือกที่นี่เหตุผลหลักคือราคาถูกดีเมื่อเทียบกับเจ้าอื่น… เอาเป็นว่าที่นี่สะดวกสบาย ติดต่อจองที่พักและรายละเอียดอื่นๆ ทางอินเตอร์เน็ท ไม่ต้องจ่ายมัดจำด้วยล่ะ คอนเฟิร์มให้เรียบร้อย ถึงเวลาก็มีคนมารอรับที่สนามบิน สบาย…ที่สำคัญอาหารอร่อยถูกปากดีทีเดียว จนฉันต้องขอดูหน้าพ่อครัวหน่อย ขอจับมือหน่อยให้กำลังใจหน่อยก็ยังดี เพราะพี่แกพูดภาษาอังกฤษไม่ได้อ่ะ …ก็แหม การออกมาอยู่นอกประเทศตัวเองนานๆ หลายอาทิตย์นี่ ถ้าอาหารมันไม่เวิร์คจริงๆ มันก็ทำให้ทริปกร่อยได้เหมือนกัน…ดีนะ ที่รสชาติอาหารของชาวสุลาเวสีนี่ มันคล้ายๆรสคนไทยดี เพราะฉะนั้นเรื่องอาหาร หายห่วง… ก็… Read More Wallacea 1 Sulawesi

Mt. Kinabalu, Borneo, Malaysia

Kinabalu ขุนเขาสูงเสียดฟ้าที่สัมผัสได้ “เดี๋ยวดึกๆ คุณมาเช็คอีกทีนะคะ เผื่อมีคนยกเลิก ดิฉันจะจองไว้ให้ค่ะ” สาวหน้าหวาน อัธยาศัยดีที่เคาว์เตอร์ที่จัดการเรื่องที่พักในอุทยานแห่งชาติคินะบะลู บนเกาะบอร์เนียวบอกกับฉัน เมื่อฉันไปติดต่อเรื่องขอขึ้นยอดที่จำเป็นต้องพักค้างหนึ่งคืนบนที่พักระหว่างทาง ซึ่งมีที่พักจำกัด อันเป็นการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินขึ้นยอดในแต่ละวันด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วจำเป็นที่จะต้องติดต่อจองที่พักไว้ล่วงหน้าหลายๆวัน หรือบางครั้งเป็นเดือน…  อันที่จริง ฉันพยายามจะติดต่อล่วงหน้าแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับคือเต็มตลอด ฉันจึงต้องใช้วิธีเสียบเอาวันต่อวันแบบนี้แหละ เพราะเรามีกันน้อยคน (ไปกันแค่สองคน) และรู้ข่าวจากนักเดินทางบางคนว่าอาจเป็นไปได้ ฉันเข้าใจว่าส่วนใหญ่ที่พักจะเต็มเพราะบริษัทนำเที่ยวจะจองไว้ล่วงหน้าเผื่อไว้สำหรับรับนักท่องเที่ยวที่ติดต่อเข้าไป ซึ่งบางครั้งก็จองเกินเอาไว้แล้วมายกเลิกเอาใกล้ๆวัน ให้ขาจรอย่างฉันเสียบได้ ถ้ารู้ลู่ทาง… ฉันมาอยู่ที่อุทยานฯ ในส่วนที่เป็นที่ทำการอุทยานฯ นี้ได้ 3 คืนแล้ว แม้ว่าจุดประสงค์หลักคือการมาชื่นชมธรรมชาติ ดูนกและพรรณไม้ ซึ่งอุทยานฯ แห่งนี้ถือเป็นสุดยอดแห่งความหลากหลายทางชีวภาพแห่งหนึ่งของโลกโดยเฉพาะทางด้านพรรณไม้ และพื้นที่ที่ใหญ่กว่าประเทศสิงคโปร์ของอุทยานฯ แห่งนี้ (754 ตร. กม.) ก็ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2543 หลังจากที่ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติมาได้ 36 ปี ฉันสนุกกับการเดินตาม Trail ที่มีอยู่มากมายในส่วนที่ทำการฯ มาพอสมควร ได้เห็นนกหลายชนิดที่ตั้งใจมาดูโดยเฉพาะ ความตั้งใจที่จะเดินขึ้นจุดสูงสุดของอุทยานฯ คือยอดเขาคินะบะลูนั้นเป็นเพียงความคิดรอง เพราะไม่สามารถจองที่พักด้านบนได้ตั้งแต่ต้น แต่จากการแวะเวียนเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ที่จัดการด้านที่พักที่แสนน่ารักในช่วง… Read More Mt. Kinabalu, Borneo, Malaysia

Sikkim I

ใกล้จะหมดเดือนมกราแล้ว เดี๋ยวโควต้าเดือนนี้จะว่างเว้นไปซะ เลยรีบเอาเรื่องมาลงดีกว่าว่างๆก็อ่านกันไป   เช่นเดิม บทความนี้เคยลงตีพิมพ์ในนิตรสารเล่มหนึ่งมาก่อนแล้วEnjoy the mountains! Cheers, Sikkim ดินแดนแห่งมนต์ขลังของธรรมชาติและขุนเขา 1. สิกขิม ดินแดนเล็กๆ ที่ทอดตัวภายใต้เงื้อมอ้อมกอดของขุนเขาที่เปรียบเสมือนหลังคาโลกอย่างเทือกเขาหิมาลัย อาจไม่เป็นที่รู้จักมากนักสำหรับคนไทยเมื่อเทียบกับดินแดนเพื่อนบ้านติดๆกัน อย่างเนปาล ทิเบต หรือภูฏาน แต่สำหรับผู้ที่หลงใหลในความงามของขุนเขาธารหิมะสูงเสียดฟ้า ลดหลั่นลงมาเป็นป่าเขียวชอุ่ม อุดมด้วยสีสันของกุหลาบพันปี ดอกไม้ป่านานาพันธุ์ และนกและสัตว์ป่านานาชนิดแล้ว ที่นี่เป็นอีกดินแดนในฝันอีกแห่งหนึ่งที่ไม่สมควรพลาดอย่างยิ่งด้วยประการทั้งปวง แม้ว่าสิกขิมในปัจจุบันจะอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอินเดีย แต่ผู้คนที่ตั้งบ้านเรือนลดหลั่นไปตามแนวเทือกเขาสูงและริมโตรกธารน้ำที่ถือกำเนิดจากการละลายของหิมะบนยอดเขาสูงที่ไหลลัดเลาะไปตามซอกเขานั้น สืบเชื้อสายและมีวัฒนธรรมมาจากผู้คนแถบเดียวกับทางทิเบต เนปาลและภูฏาน การเยือนสิกขิมของฉันจึงไม่รู้สึกนักถึงความเป็นอินเดียอย่างที่ได้เคยสัมผัสมาในแคว้นอื่นๆ น้ำใสใจคอและความมีน้ำใจของผู้คนที่นี่ยิ่งทำให้สิกขิมมีสิ่งที่น่าเข้าไปสัมผัสและเรียนรู้มากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยคิด 2. ยอดเขาคันเชนซ็องก้า (Kanchendzonga) เป็นยอดเขาสูงอันดับ 3 ของโลกที่ตั้งตระหง่านเงื้อมเหนือดินแดนแห่งนี้ ยอดความสูง 8,598 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลของขุนเขานี้ และเทือกเขาบริวารอื่นๆที่ทอดตัวต่อกันมา ถือเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าอันยิ่งใหญ่ผู้พิทักษ์รักษาผู้คนที่นี่ แม้ว่าในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศเป็นใจ ยอดเขานี้จะสามารถมองเห็นได้จากบริเวณต่างๆแทนทั่วแคว้นแดนสิกขิม แต่สำหรับฉันแล้ว การได้เข้าไปใกล้ชิดขุนเขาแห่งนี้ขึ้นอีกสักนิด มากกว่าการมองเห็นจากหน้าต่างโรงแรมในเมืองต่างๆ ย่อมเปิดโอกาสให้ฉันได้สัมผัสถึงมนต์ขลังและความศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่นับถือของชนเผ่าพื้นเมืองแถบนี้มาตลอดหลายร้อยปีขึ้นมาบ้าง นอกเหนือไปจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสถึงอัศจรรย์ของธรรมชาติที่ก่อตัวขึ้นอย่างสลับซับซ้อนในบริเวณดังกล่าว แน่นอนว่าการพิชิตยอดไม่ใช่เป้าหมายของฉัน และถ้าใช่ ก็คงยากเกินความสามารถที่จะไปถึง การเดินทางบนเส้นทางที่คิดดีแล้วว่าคงจะพอเหมาะกับคนเกิดพื้นราบและไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอย่างฉันจึงเริ่มต้นขึ้น 3. ยุกสม (Yuksom) เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเขาเทรคกิ้งของฉัน… Read More Sikkim I